การพัฒนารูปแบบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ของครูโรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครู 2) พัฒนารูปแบบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครู และ 3) ประเมินรูปแบบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครู การวิจัยดำเนินการ ใน 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบ จากผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน และการยืนยันองค์ประกอบจากกลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 260 แห่ง ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนกระจายตามภูมิภาค ผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 3 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูวิชาการ และครู จำนวน 780 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรถนะการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ของครู โดยการร่างรูปแบบและตรวจสอบความเหมาะสม โดยการสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน และระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบ โดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และการประชุมเพื่อขอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย จากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 17 คน
ผลการวิจัย พบว่า
- องค์ประกอบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครู ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.) กำหนดแนวทาง 2.) ดำเนินการ 3.) การดูแลส่งเสริม 4.) การตรวจสอบ 5.) ทำให้เกิดความต่อเนื่อง
- รูปแบบการบริหารที่ส่งเสริมสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครู ประกอบด้วย 1) หลักการ 2) เป้าหมาย 3) วัตถุประสงค์ 4) กระบวนการ 5) การนำรูปแบบไปใช้ และ 6) ผลที่เกิดขึ้นจากการนำรูปแบบไปใช้
- รูปแบบได้รับฉันทามติให้มีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุดทุกองค์ประกอบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้รายใดก็ตามที่จะอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือเชื่อมโยงไปยังข้อความทั้งหมดของบทความ รวบรวมข้อมูลสำหรับการจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือมีเจตนาเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า (Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License)

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License
เอกสารอ้างอิง
จารวี สงศรีอุดร. (2567). การบริหารการวัดและประเมินผลการศึกษาของโรงเรียนโพธิสารพิทยากร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. คลังปัญญา มหาวิทยาลัยศิลปากร. http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/5402
วราลักษณ์ อาจวิชัย. (2565). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร]. SNRU e-Thesis. https://gsmis.snru.ac.th/e-thesis/thesis_detail?r=62632233108
วราเสฏฐ์ เกษีสังข์. (2559). การบริหารจัดการการวัดและประเมินผลการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในศตวรรษที่ 21 [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. คลังปัญญา มหาวิทยาลัยศิลปากร. http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/1028
วิหาญ พละพร, ธีรวุฒิ เอกะกุล, และ วรรณ์ดี แสงประทีปทอง. (2557). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะด้านการวัดและประเมินการคิดสำหรับครูระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 15(2), 74–84.
ศุภานัน แพงเจริญ, พงศ์เทพ จิระโร, และมนตรี แย้มกสิกร. (2562). การพัฒนารูปแบบการเสริมพลังอำนาจเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลของครูในโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 6(3), 65-77.
สมภัสสร บัวรอด. (2562). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะด้านการวัดและประเมินผลการศึกษาของนักศึกษาวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยใช้การประเมินแบบเสริมพลังอำนาจ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์]. Chula Digital Collection. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/9083/
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). แนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะและการวัดประเมินผลฐานสมรรถนะ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564ก). คู่มือการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564ข). หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู (ที่ ศธ 0206.3/ว 9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564). https://otepc.go.th/th/content_page/item/3368-9-2564.html
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อนุวัฒน์ สุวรรณมาตย์, สุขแก้ว คำสอน, และ เอื้อมพร หลินเจริญ. (2560). รูปแบบการบริหารงานวัดและประเมินผลในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 28(3), 179-192.
Anderson, T. P. (1997). Using models of instruction. In C. R. Dills & A. J. Romiszowski (Eds.), Instructional development paradigms (pp. 521–536). Educational Technology Publications. https://eric.ed.gov/?id=ED407932
Cruz, J. P., Villanueva, M. A., & Navarro, R. T. (2020). Students’ learning experiences in flexible learning environments. Academic Press.
Gronlund, N. E. (1976). Measurement and evaluation in teaching (3rd ed.). Macmillan Publishing.
Keeves, J. P. (1994). Models and model building. In T. Husen & T. N. Postlethwaite (Eds.), The International encyclopedia of education (2nd ed., Vol. 7, pp. 3827-3832). Pergamon.
McMillan, J. H. & Schumacher, S. (2001). Research in education: A conceptual Introduction (5th ed.). Longman.
Stufflebeam, D. L. (1983). The CIPP model for program evaluation. In G. F. Madaus, M. Scriven, & D. L. Stufflebeam (Eds.), Evaluation models: Viewpoints on educational and human services evaluation (pp. 117–141). Springer. https://doi.org/10.1007/978-94-009-6669-7_7