โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสงขลา

ผู้แต่ง

  • วัฒนา ถนอมศักดิ์ นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • ศิลป์ชัย สุวรรณมณี อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
  • อมลวรรณ วีระธรรมโม อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ

คำสำคัญ:

โมเดลปัจจัย, ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, พื้นที่นวัตกรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโมเดลปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และศึกษาแนวทาง การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสงขลา โดยดำเนินการวิจัย 2 ระยะ คือ 1) การพัฒนาโมเดลปัจจัย เก็บข้อมูลด้วยแบบสำรวจข้อมูลและแบบสอบถาม จากครูที่มีประสบการณ์สอนในโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรม จังหวัดสงขลา จำนวน 343 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis : CFA) และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (Structural Equation Model : SEM) และ 2) การศึกษาแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการสนทนากลุ่ม จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ประสบการณ์ จำนวน 16 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลวิจัย พบว่า โมเดลปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีความตรงเชิงโครงสร้าง และค่าสัมประสิทธิ์น้ำหนักองค์ประกอบ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ร่วมกันอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 92.6 และแนวทางการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ได้แก่ 1) แก้ปัญหา/พัฒนาปัจจัยด้านผู้เรียนเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นปัจจัยด้านบุคลากรทางการศึกษา และปัจจัยด้านสถานศึกษา ตามลำดับ 2) ครอบครัวให้การสนับสนุนผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ และผู้เรียนให้ความร่วมมือกับสถานศึกษา 3) ครูและบุคลากรทางการศึกษาเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา จัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาให้เต็มที่ เพื่อลดการเรียนพิเศษของนักเรียน ส่งเสริมให้นักเรียนได้มีการทบทวนบทเรียนมากขึ้น แก้ปัญหาการมาโรงเรียนสายของนักเรียน และได้รับความร่วมมือจากทางบ้านให้มีการสนับสนุนทรัพยากรทางการเรียน 4) มีการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้ค่าจ้างแรงงานที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ 5) บุคลากรทางการศึกษาจัดการเรียนการสอนมีคุณภาพ วัดผลประเมินผลที่หลากหลาย มีความรู้ในวิชาที่สอน เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และอัตราส่วนครูต่อนักเรียนมีความใกล้เคียงกัน 6) มีการบริหารจัดการดูแลสถานศึกษาอย่างใกล้ชิด 7) ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ และ 8) โรงเรียนเครือข่ายมีการวางเป้าหมายร่วมกัน เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

เอกสารอ้างอิง

Jirada Prasartpornsirichoke, & Yoshi Takahashi. (2013). Assessing Inequakities in Thai Education. Journal of east Asian studies, 18, 1–26.

Lambert, D., & Lines, D. (2000). Understanding assessment, purpose, perceptions, practice. TJ International Lth. Padstow Cornwall.

TDRI. (2017). ปฏิรูปการศึกษาไทยแล้วไปไหน? กับ ‘สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์. https://tdri.or.th/2017/01/2017-01-12/

ทินลัคน์ บัวทอง. (2561). การประเมินผลกระทบของความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากรทางการศึกษาต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษาตอนต้นในจังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช.

นณริฏ พิศลยบุตร. (2559). ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทย: ข้อสรุปจากผลการสอบปิซ่า (PISA). https://www.pier.or.th/abridged/2016/08/

นพรัตน์ ใบยา. (2555). การประเมินความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับมัธยม ศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช.

นิธิศ วงศ์ตุลาการ. (2565). การศึกษาปัจจัยความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพี้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

รัชวดี แสงมหะหมัด. (2560). การสำรวจค่านิยมของประชาชนต่อการเมืองการปกครองและวัฒนธรรมทางสังคมไทย. สถาบันพระปกเกล้าฯ.

วินิจ ผาเจริญ และคณะ. (2564). ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของพลเมืองไทยวัยเรียนกับสถานการณ์การเรียนออนไลน์ในยุคไวรัสโควิด-19. วารสารปัญญาปณิธาน, 14(3).

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ). (2555). ยกเครื่องการศึกษาไทย : สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง. (เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ มปท, Issue.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2555). คู่มือสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหาร ครูและนักเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประเมินตามโครงการวิจัยนานาชาติ (PISA และ TIMSS). สกศ.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ. (2566). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2564). บริษัท แอคทีฟ พริ้นท์ จำกัด.

สุชาดา ปัทมวิภาต. (2565). PISA in FOCUS: การจัดสรรทรัพยากรการเรียนอย่างเท่าเทียม สัมพันธ์กับผลการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไร. https://pisathailand.ipst.ac.th/article-7/

อัมมาร สยามวาลา, ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ และสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์. (2555). การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ : สู่การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง.” เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการประจำปี 2554. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.

อินทุอร ศรีพรรณ. (2561). การวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑฺต สาขาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

อีซา หอมหวน. (2556). การวิเคราะห์ผลกระทบของการเรียนพิเศษต่อมูลค่าเพิ่มและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการประเมินการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-19

รูปแบบการอ้างอิง

ถนอมศักดิ์ ว. ., เวหะชาติ ร. ., สุวรรณมณี ศ. ., & วีระธรรมโม อ. . (2026). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดสงขลา . วารสารทัศนมิติทางการศึกษา, 4(1), 150–171. สืบค้น จาก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JPE/article/view/3208

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย