การพึ่งพาตนเองกลุ่มอาหารรองของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในพื้นที่แปลงใหญ่จังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • เก นันทะเสน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • นิโรจน์ สินณรงค์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • กฤตวิทย์ อัจฉริยะพานิชกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • เกศสุดา สิทธิสันติกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • วาสนา สุขกุล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • นลินี คงสุบรรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • วราภรณ์ นันทะเสน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

คำสำคัญ:

ความมั่นคงด้านอาหาร, อาหารรอง, เกษตรแปลงใหญ่

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ “การพึ่งพาตนเองด้านอาหารรอง” ของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในระบบแปลงใหญ่ (collaborative rice farming) ในเขตอำเภอฝางและอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นอาหารรองที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายประจำเดือนและความเปราะบางของครัวเรือนเมื่อพึ่งพาตลาดเป็นหลักการเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถามแบบมีโครงสร้างกับครัวเรือนเกษตรกรตัวอย่างอำเภอสันทรายจำนวน 303 ครัวเรือน และอำเภอฝางจำนวน 160 ครัวเรือน รวม 463 ครัวเรือน เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบคุณภาพ (Cronbach’s alpha = 0.87 และ IOC = 0.80) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ผลการศึกษาพบว่า ครัวเรือนเกษตรกรทั้งสองพื้นที่มีสถานะพอเพียงค่อนข้างสูงในอาหารที่หาได้จากธรรมชาติ (ฝางร้อยละ 84; สันทรายร้อยละ 78) และอาหารที่ผลิตได้ภายในครัวเรือน เช่น ผักสวนครัว/สัตว์เลี้ยงรอบบ้าน (ฝางร้อยละ 63; สันทรายร้อยละ 61) อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอาหารรองบางประเภท โดยเฉพาะ “เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม และผลไม้” ซึ่งเมื่อเกิดความไม่พอเพียง ครัวเรือนส่วนใหญ่แก้ปัญหาด้วยการ “ซื้อเพื่อบริโภคทดแทน” ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้ออาหารต่อเดือนอยู่ที่ 2,468 บาท (ฝาง) และ 2,646 บาท (สันทราย) และค่าใช้จ่ายใน 3 กลุ่มดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนสูงประมาณ 35.2% (ฝาง) และ 37.9% (สันทราย) ของค่าใช้จ่ายด้านอาหารที่ซื้อทั้งหมดต่อเดือน ดังนั้น ข้อเสนอเชิงนโยบายคือการส่งเสริมหลักสูตร/กิจกรรมฝึกอบรมให้ครัวเรือนสามารถผลิตและแปรรูปอาหารรองเพื่อบริโภคเองได้มากขึ้น (เช่น การทำเครื่องปรุงพื้นฐาน เครื่องดื่มสมุนไพร/การถนอมอาหาร และการปลูกไม้ผลรอบบ้าน) ควบคู่กับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการแลกเปลี่ยนอาหารภายในชุมชน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน เพิ่มระดับการพึ่งพาตนเองด้านอาหารรอง และเสริมความมั่นคงด้านอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

เก นันทะเสนและวราภรณ์ นันทะเสน. (2566). มูลค่าทางเศรษฐกิจของผักพื้นบ้านที่ปลูกโดยผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่. วารสารมนุษยศาสต์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 46(6), 849-585.

นนทกานต์ จันทร์อ่อน. (2557). ความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย (Thailand Food Security). สํานักวิชาการสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 4(2), 1-32.

ผู้จัดการออนไลน์. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริโภคอาหารที่มีปริมาณพลังงาน ไขมัน และน้ำตาลสูงของเด็กไทย. จาก https://mgronline.com/qol/detail/9670000090933

รุ่งนภา พิมมะศรี. (2563). ความมั่นคงทางอาหารของไทย น่าห่วงหรือไม่ในภาวะที่โลกเสี่ยงขาดแคลน. จาก https://www.prachachat.net/d-life/news-472768

วิรัลพัชร ประเสริฐศักดิ์. (ม.ป.ป.) แนวคิดและคำนิยามของความมั่นคงทางอาหาร (Food Security: Concepts and Definitions). คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุภา ใยเมือง .(2555). ตัวชี้วัดความมั่นคงด้านอาหารระดับชุมชน, พิมพ์ดี.

Agresti, A. (2018). An introduction to categorical data analysis (3rd ed.). Wiley.

Ben-Shachar, M. S., Lüdecke, D., & Makowski, D. (2023). Effect sizes for categorical data. Mathematics, 11(9), 1982. https://doi.org/10.3390/math11091982

Coates, J., Swindale, A., & Bilinsky, P. (2007). Household Food Insecurity Access Scale (HFIAS) for measurement of food access: Indicator guide (Version 3). Food and Nutrition Technical Assistance Project (FANTA).

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16, 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555

Department of Agricultural Extension. (2025). Big data (Large plot agriculture database). http://www.agriman.doae.go.th/home/bigdata/index.php/bigdata

Economist Impact. (2022). Global Food Security Index 2022: Dataset and findings. The Economist Group.

Enriquez, J. P. (2020). Food self-sufficiency: Opportunities and challenges for the current food system. Biomedical Journal of Scientific & Technical Research, 31(2), 23984–23989.

Food and Agriculture Organization of the United Nations. (1996). Rome declaration on world food security and world food summit plan of action. World Food Summit, Rome, Italy.

Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2003). Trade reforms and food security: Conceptualizing the linkages. https://www.fao.org/3/y4671e/y4671e.pdf

Galhena, D. H., Freed, R., & Maredia, K. M. (2013). Home gardens: A promising approach to enhance household food security and wellbeing. Agriculture & Food Security, 2, Article 8. https://doi.org/10.1186/2048-7010-2-8

Kotrlik, J. W., & Williams, H. A. (2011). Reporting and interpreting effect size in quantitative research. Journal of Agricultural Education, 52(1), 132–144. https://doi.org/10.5032/jae.2011.01132

Phungpracha, E., Kansuntisukmongkon, K., & Panya, O. (2016). Traditional ecological knowledge in Thailand: Mechanisms and contributions to food security. Kasetsart Journal of Social Sciences, 37(2), 82–87. https://doi.org/10.1016/j.kjss.2015.07.001

Ruel, M. T. (2003). Is dietary diversity an indicator of food security or dietary quality? A review of measurement issues and research needs. Food and Nutrition Bulletin, 24(2), 231–232. https://doi.org/10.1177/156482650302400210

Setia, M. S. (2016). Methodology series module 3: Cross-sectional studies. Indian Journal of Dermatology, 61(3), 261–264. https://doi.org/10.4103/0019-5154.182410

Sukphrao, S. (2025). Success factors of the large agricultural land plot group of Ban Klang Samakkhi Community Rice Center, Surin Province. Journal of Academic Surindra Rajabhat, 3(6), 1–14. https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.3074

Swindale, A., & Bilinsky, P. (2006). Household Dietary Diversity Score (HDDS) for measurement of household food access: Indicator guide (Version 2). Food and Nutrition Technical Assistance Project (FANTA).

Tiwasing, P., Dawson, P., & Garrod, G. (2018). Food security of rice-farming households in Thailand: A logit analysis. Journal of Developing Areas, 52(1), 85–98. https://doi.org/10.1353/jda.2018.0006

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-05

รูปแบบการอ้างอิง

นันทะเสน เ. ., สินณรงค์ น. ., อัจฉริยะพานิชกุล ก., สิทธิสันติกุล เ., สุขกุล ว., คงสุบรรณ์ น., & นันทะเสน ว. (2026). การพึ่งพาตนเองกลุ่มอาหารรองของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในพื้นที่แปลงใหญ่จังหวัดเชียงใหม่. วารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 6(1), 1–20. สืบค้น จาก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/ECONMAEJO_JOURNAL/article/view/3411

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย