แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์

Main Article Content

กิตติมา จิตผล
ผศ.ดร. ประมุข ศรีชัยวงษ์
ภานุวัฒน์ กิตติกรวรานนท์ รัตนพิมลพลแสน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาสภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง      อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ และ 3. เพื่อศึกษาแนวทางการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบล
ภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี มี 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง จำนวน 326 ตัวอย่าง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Krejcie & Morgan (1970) สุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญโดยสุ่มจากผู้ที่เข้ามาติดต่อเสียภาษี เก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์พหุคูณถดถอยเชิงเส้น ขั้นตอนที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานด้านการจัดเก็บรายได้เทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง  เก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์แก่นสาระ ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านสภาพทางเศรษฐกิจ อยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ด้านขั้นตอนการให้บริการ ด้านสภาพทางสังคมและวัฒนธรรม และด้านสถานที่ในการให้บริการ ตามลำดับ 2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า ปัจจัยทั้งสามด้าน ได้แก่ ด้านสภาพทางเศรษฐกิจ (X1) ด้านสภาพสังคมและวัฒนธรรม (X2) และด้านการประชาสัมพันธ์ (X4) ส่งผลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยสามารถเขียนสมการถดถอยในรูปคะแนนดิบได้ดังนี้


              Ŷ = 1.879 + 0.196(X2) + 0.174 (X1) + 0.148(X4)


           และในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ


              Ŷ = 0.464(X2) + 0.350(X1) + 0.353(X4)


      เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปคะแนนมาตรฐาน พบว่า ด้านสภาพสังคมและวัฒนธรรม (X2) มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้มากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการประชาสัมพันธ์ (X4) และด้านสภาพทางเศรษฐกิจ (X1) ตามลำดับ 3) แนวทางการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบด้วย 6 แนวทาง คือ (1) การประชาสัมพันธ์ที่มีแนวทางหลากหลายเข้าถึงได้ง่าย (2) ควรปรับปรุงสถานที่ให้มีความสะดวก (3) นำระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารการจัดเก็บ (4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน (5) ควรปรับปรุงนโยบายและระเบียบข้อบังคับของเทศบาลให้มีความเหมาะสมกับบริบท มีความเป็นธรรมและโปรงใส และ (6) ควรพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ เพิ่มทักษะในการปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิตผล ก., ศรีชัยวงษ์ ป., & รัตนพิมลพลแสน ภ. ก. (2026). แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 8(1), 159–174. สืบค้น จาก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/rdicpru/article/view/3282
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

กิตติมา จิตผล, มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ผศ.ดร. ประมุข ศรีชัยวงษ์, มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ภานุวัฒน์ กิตติกรวรานนท์ รัตนพิมลพลแสน, มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2563). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. https://www.dla.go.th/download/DataCenter/FileAttachLv1/20251003/3CA69D8A-5B75-B30B-03CD-B27CD52AE465_plan2563.pdf?notDownload=Y

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2564). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. https://www.dla.go.th/download/DataCenter/FileAttachLv1/20251003/924FCD9A-C792-FC0C-EA58-7F3A8258DCD5_plan2564_%281%29.pdf?notDownload=Y

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2565). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. https://www.dla.go.th/download/DataCenter/FileAttachLv1/20251003/94554E57-3176-AB17-FC23-2DB0D2A6DB1E_plan2565_%281%29.pdf?notDownload=Y

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2565). รายงานสำรวจระดับความพึงพอใจของประชาชนต่อการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

กาญจนา แสนสิมมา, ธนพัฒน์ จงมีสุข และสถาพร วิชัยรัมย์. (2025). ประสิทธิผลการให้บริการด้านการประชาสัมพันธ์ของเทศบาลตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิชาการรัตนบุศย์, 7(3), 214-229.

กิตตินันท์ กระจ่างพันธุ์, นพวรรณ วิเศษสินธุ์ และสิทธิชัย ฝรั่งทอง. (2565). ประสิทธิผลการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 4(2), 11-29.

ชัย แช่มช้อย,รัฐบุรุษ คุ้มทรัพย์ และมาลีรัชต์ ฉานสูงเนิน .(2564). แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของเทศบาลตาคลองวาฬอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิชาการ วิจัย และนวัตกรรม มสธ. (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 1(2), 49-60.

เทศบาลตำบลภูแล่นช้าง. (2566). รายงานรายได้ประจำปีงบประมาณ 2564–2566. (เอกสารภายใน).

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 10). จามจุรีโปรดักท์.

ปาลิดา เชษฐ์ขุนทด และบุญมา อิ่มวิเศษ. (2567). กลยุทธ์การทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 11(1), 837-850.

พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. (2542, 17 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 114 ก. หน้า 48-66.

วิมลรัตน์ ค้อชากุล. (2565). ประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษา อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด.วารสารการจัดการองค์กร และพัฒนาสังคม, 2(2),1-14.

สำนักงบประมาณของรัฐสภา. (2564). รายงานการวิเคราะห์รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

Alm, J., & McClellan, C. (2012). Tax morale and tax compliance from the firm's perspective. Kyklos, 65(1), 1–17. https://doi.org/10.1111/j.1467-6435.2011.00524.x

Bahl, R. W., & Martinez-Vazquez, J. (2008). The determinants of revenue performance. In R. Bahl, J. Martinez-Vazquez, & J. M. Youngman (Eds.), Making the property tax work: Experiences in developing and transitional countries (pp. 35–57). Lincoln Institute of Land Policy. https://scispace.com/pdf/the-determinants-of-revenue-performance-25n5dcvfkr.pdf

Frey, B. S., and Torgler, B. (2007). Tax morale and conditional cooperation. Journal of Comparative Economics, 35(1), 136-159. https://doi.org/10.1016/j.jce.2006.10.006

Krejcie, R. V., and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Oates, W. E. (1999). An essay on fiscal federalism. Journal of Economic Literature, 37(3), 1120-1149. https://doi.org/10.1257/jel.37.3.1120

OECD (2017), Skills for a High Performing Civil Service, OECD Public Governance Reviews, OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264280724-en

OECD (2019), Tax Administration 2019: Comparative Information on OECD and other Advanced and Emerging Economies, OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/74d162b6-en

Parasuraman, A., Zeithaml, V. A., & Berry, L. L. (1988). SERVQUAL: A multiple-item scale for measuring consumer perceptions of service quality. Journal of Retailing, 64(1), 12-40.

Torgler, B. (2007). Tax compliance and tax morale: A theoretical and empirical analysis. Edward Elgar Publishing. https://doi.org/10.4337/9781847207203