ปัจจัยเชิงสาเหตุสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผล ของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก

Main Article Content

ว่าที่ร้อยตรีหญิงพิชญาภร ตินิโส
ดวงใจ ชนะสิทธิ์
อรพรรณ ตู้จินดา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก (2) ศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก (3) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลเชิงทฤษฎีและข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก   โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี การดำเนินการวิจัยมี 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาเอกสารและสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 วิเคราะห์โมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยการบริหารสถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 550 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามที่สร้างขึ้นโดยผู้วิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เส้นทาง ระยะที่ 3 ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล เชิงทฤษฎีและข้อมูลเชิงประจักษ์ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบความสอดคล้อง คือ แบบตรวจสอบยืนยันโมเดลเชิงสาเหตุ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา


          ผลการวิจัย พบว่า


1. องค์ประกอบของสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กโดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ได้แก่ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจูงใจผู้อื่น การมีวิสัยทัศน์ การทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ทักษะการวิเคราะห์ ความเป็นผู้นำ และการสื่อสาร  ตามลำดับ


2. ปัจจัยสมรรถนะการบริหารของผู้สถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก โดยเรียงลำดับค่าอิทธิพลจากมากไปน้อย ประกอบด้วย การมีวิสัยทัศน์ ทักษะการวิเคราะห์ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจูงใจผู้อื่น การทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ การสื่อสาร และน้อยที่สุด คือ ความเป็นผู้นำ เมื่อพิจารณาซึ่งมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ เมื่อพิจารณาค่า Chisquare/df เท่ากับ 508 ค่า p-value เท่ากับ .183 ค่า GFI เท่ากับ .997ค่า AGFI เท่ากับ .976ค่า CFI เท่ากับ .999 ค่า NFI เท่ากับ .997 ค่า IFI เท่ากับ .999 ค่า RFI เท่ากับ .985ค่า RMR เท่ากับ .003 และค่า RMSEA เท่ากับ .030  เมื่อพิจารณาอิทธิพลรวม เรียงลำดับ ปัจจัยสมรรถนะการบริหารสถานศึกษา ที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กจากมากไปหาน้อย คือ การมีวิสัยทัศน์ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ทักษะการวิเคราะห์ การทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ การจูงใจผู้อื่น การสื่อสาร และความเป็นผู้นำ ตามลำดับ


3. ผลการตรวจสอบโมเดลปัจจัยเชิงเชิงสาเหตุสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า โมเดลมีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ตินิโส พ., ชนะสิทธิ์ ด., & ตู้จินดา อ. (2025). ปัจจัยเชิงสาเหตุสมรรถนะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผล ของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 7(3), 589–602. สืบค้น จาก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/rdicpru/article/view/2764
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

ว่าที่ร้อยตรีหญิงพิชญาภร ตินิโส, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

คณะครุศาสตร์

ดวงใจ ชนะสิทธิ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

คณะครุศาสตร์

อรพรรณ ตู้จินดา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

คณะครุศาสตร์

เอกสารอ้างอิง

กมลทิพย์ อินแก้วเครือ. (2564). ทักษะและภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. Proceedings of the National and International Conference, 14(2), 985–991. http://journalgrad.ssru.ac.th/index.php/8thconference/article/view/2522

ฐานะรัตน์ จีนรัตน์. (2561). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน ระดับปฐมศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์]. DPU Learning Center and Library. https://opacdb01.dpu.ac.th/cgi-bin/koha/opac-detail.pl?biblionumber=113227

ธวัชชัย ตั้งอุทัยเรือง. (2557). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของประสิทธิผลโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในภาคกลางของประเทศไทย. วารสารวิจัย มสด สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์,10(3), 95-112.

ธัญศญา ธรรศโสภณ และชวนชม ชินะตังกูร. (2560).รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลโรงเรียนเทศบาล. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 9(2), 376-391.

นิพัทธ์ กานตอัมพร และวรรณวีร์ บุญคุ้ม. (2567). การพัฒนารูปแบบการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของผู้นำชุมชนสตรี. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 9(1), 140–153.

ปวริศา มีศรี และโอฬาร กาญจนากาศ (2563). สมรรถนะในศตวรรษที่ 21 ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 5(1), 32 – 38.

โยธิน คชนิล. (2561). คุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึก ษาในศตวรรษที่ 21. การประชุมวิชาการเสนอ ผลงานวิจัยระดับชาติ GRADUTE SCHOOL CONFERENCE 2018,1(2), 411-422. http://journalgrad.ssru.ac.th/index.php/miniconference/article/view/1634

รังสรรค์ อ้วนวิจิตร. (2554). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยคริสเตียน]. ระบบสืบค้นฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน. http://library.christian.ac.th/thesis/document/T031688.pdf

วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). ศาสตร์การนิเทศการสอนและการโค้ชการพัฒนาวิชาชีพ: ทฤษฎีกลยุทธ์สู่ การปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 12). ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค.https://www.onec.go.th/index.php/page/view/Outstand/2532

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง, 1–12. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/258/T_0001.PDF

สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). ข้อมูลสถิติโรงเรียนขนาดเล็ก ปีการศึกษา 2567. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สุภางค์พิมพ์ คล้ายธานี. (2557). การพัฒนาภาวะผู้นำในการสื่อสารตามแนวทางพระพุทธศาสนา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. http://lp.mcu.ac.th/userfiles/file/thesis/Doctor-of-Philosophy/Public-Administration/57- 12-1-006.pdf

สุมิตร สุวรรณ. (2561). กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ. เพชรเกษมพริ้นติ้ง.

Aly, W. O. (2015). A framework for results-based management to the public sector in Egypt: Challenges and opportunities. Journal of Public Administration and Governance, 5(4), 23–45. https://doi.org/10.5296/jpag.v5i4.8406

Benzon, B. P. & Ed. D. (2020). Management skills of educational leaders as related to school productivity. International Journal of Advanced Research, 8(5), 814–824. https://doi.org/10.21474/IJAR01/10989

Keller, J. M. (1983). Motivational design of instruction. In C. M. Reigeluth (Ed.), Instructional design theories and models (pp. 386–434). Routledge.

Riveros, A., Verret, C., & Wei, W. (2016). The translation of leadership standards into leadership practices: A qualitative analysis of the adoption of the Ontario Leadership Framework in urban schools. Journal of Educational Administration, 54(5), 593–608. https://doi.org/10.1108/JEA-09-2015-0084

Zamir, N. A. (2020, March). A review of school effectiveness theory for school improvement. International Journal of Academic Research in Business and Social Sciences, 10(3), 113–123. http://dx.doi.org/10.6007/IJARBSS/v10-i3/7028