กระบวนการชุมชน กับ การสร้างกลไกการรู้เท่าทันและการป้องกันการพนันออนไลน์ ที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเยาวชน และเศรษฐกิจในครัวเรือนของมุสลิมในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้
คำสำคัญ:
กระบวนการชุมชน, การพนันออนไลน์, จังหวัดชายแดนภาคใต้บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความชุกและ “กับดักพฤติกรรม” การเสพติดพนันออนไลน์ของเยาวชนมุสลิมในชุมชน 2) ศึกษาการสร้างกลไกการรู้เท่าทันและการป้องกันการพนันออนไลน์ผ่านกระบวนการชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการขยายผลให้ชุมชนที่มีบริบทคล้ายคลึงกันต่อไป พื้นที่ในการศึกษาใช้กลุ่มเป้าหมายในชุมชนโสร่ง ตำบลเขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ จำนวน 65 คน และแบบสอบถาม จำนวน 345 คน
ผลการศึกษาพบว่า เยาวชนในพื้นที่เคยเล่นและไม่เคยเล่นการพนันออนไลน์มีความชุกเฉลี่ย 38.3% (± 5.2) ในขณะที่กลุ่มที่ไม่เคยเล่นมีค่าเฉลี่ย 61.7% (± 5.2) ระดับการมีส่วนร่วมในพฤติกรรมนี้ที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มผู้ที่เคยเล่น การพนันออนไลน์รายงานว่ามีความรู้สึกสนุกสนานเฉลี่ย 20.0% (± 5.3) ซึ่งบ่งชี้ว่าการพนันให้ความตื่นเต้นและความพึงพอใจแก่ผู้เล่นบางส่วน นอกจากนี้ยังอาจเป็นตัวชี้วัดถึงแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาทางการเงินในอนาคต หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม แม้ว่า 60.3% (± 9.7) ของผู้ที่เคยเล่นการพนันจะรู้สึกว่าสามารถควบคุมตนเองได้ แต่ข้อมูลนี้ยังคงบ่งบอกว่ามีอีก 39.7% ที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของพฤติกรรมเสพติดและความยากลำบากในการเลิกเล่น มีค่า P-value น้อยกว่า 0.05 สำหรับทุกตัวแปร ชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้มีนัยสำคัญทางสถิติ ความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่เคยเล่นและไม่เคยเล่นการพนันจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญทางสถิติระหว่างการพนันกับผลลัพธ์ต่าง ๆ ปัจจัยที่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เพศ (p < 0.01) โดยผู้ชายมีแนวโน้มเล่นการพนันมากกว่าผู้หญิง, สถานภาพ (p < 0.01) โดยผู้ที่แต่งงานมีแนวโน้มเล่นการพนันน้อยกว่าคนโสด, การรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการพนัน (p < 0.001) ซึ่งยิ่งรับรู้ข้อมูลมากยิ่งเพิ่มโอกาสในการเล่นการพนัน และ รูปแบบการพนัน (p < 0.05) ที่บ่งชี้ว่าประเภทการพนันมีผลต่อพฤติกรรมการพนัน ส่วน อายุ (p > 0.05) ไม่มีผลต่อพฤติกรรมการพนันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ควรมุ่งเน้นการให้ความรู้และรณรงค์การป้องกันการพนันในกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการพนันและกลุ่มที่เลือกเล่นพนันในรูปแบบต่าง ๆ และใช้กลไกการรู้เท่าทันและการป้องกันการพนันออนไลน์ผ่านกระบวนการชุมชนด้วยกลไกครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กิตติธัช อินทเกษร. (2553). พฤติกรรมการเล่นพนันฟุตบอล: กรณีศึกษานักศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก. ปัญหาพิเศษรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน,วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ, มหาวิทยาลัยบูรพา.
เกียรติรัตน์ ทองผาย. (2547). การจัดการการพนัน: กรณีศึกษาการพนันฟุตบอลของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เกศินี อภิรักษ์จรรยา. (2553). พฤติกรรมการพนันของผู้เล่นการพนันฟุตบอลในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร. สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารงานยุติธรรม, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
คงกริษ เล็กศรีนาค, ดร.ณรงค์ พลอยดนัย, ดร.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ (2555). พฤติกรรมการเล่นการพนันของเยาวชนกรณีศึกษา: เขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัย มข.(บศ.), 12(4), 132-145.
จิตรลดา ใหม่ศาสตร์ และสมชาย หาญหิรัญ. (2552). การวิเคราะห์พฤติกรรมความเสี่ยงของการพนันฟุตบอล. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 5(1), 10-24.
จี๊ด เศรษฐบุตร. (2540). หลักกฎหมายแพ่งลักษณะหนี้. กรุงเทพฯ: โครงการตำราและเอกสารประกอบการสอน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ฆอซาลี เบ็ญหมัด. (2557). ฮิสบะห์ในกฎหมายอิสลาม: นิยาม ขอบเขต อำนาจและมุหฺตะซิบ. การสัมมนาวิชาการเรื่องฮิสบะห์ หลักการ องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตของชุมชน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี.
จิตรลดา ใหม่ศาสตร์. (2550). ลักษณะพฤติกรรมการพนันฟุตบอล. วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.
เจ๊ะเหล็าะ แขกพงศ์. (2557). ฮิสบะห์ในอิสลาม: กำเนิดวิวัฒนาการ และแนวทางการปรับใช้. การสัมมนาวิชาการเรื่องฮิสบะห์ หลักการ องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิต ของชุมชน ของ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี.
ชัยวุฒิ อินทะเตชะ. (2549). การเล่นการพนันของเยาวชน. รายงานการวิจัย: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
ชุติมน ใจจำนง. (2550). ความคิดเห็นต่อการพนันฟุตบอลอาชีพของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. (พัฒนสังคมศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ชูพงษ์ จารุดำรงค์ศักดิ์. (2545). ผลกระทบที่มีต่อสังคมและครอบครัวจากการเล่นพนันฟุตบอล. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.
ฐิตินันท์ วัฒนสิน. (2544). คอลัมน์ทายผลฟุตบอลในหนังสือพิมพ์กีฬารายวันและพฤติกรรมการพนันผู้อ่าน. วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวารสารศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารกับทัศนคติและพฤติกรรมการเล่นการพนันของนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
พงศ์ศิริ ศิรินุภาพมิตร์. (2548). ความคิดเห็นของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต่อการเล่นพนันฟุตบอล. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. (รัฐศาสตร์). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
พิทักษ์พงษ์ พันธุประยูร. (2557). ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 กับการพนันบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
ดุจเดือน พันธุมนาวิน. (2550). รูปแบบทฤษฎีปฏิสัมพันธ์นิยม (Interactionism Model) และแนวทางการตั้งสมมติฐานในการวิจัยสาขาจิตพฤติกรรมศาสตร์ในประเทศไทย. วารสารพัฒนาสังคม, 9(1), 90-93.
มธุรดา สุวรรณโพธิ์. (2557). โรคติดพนันในวัยรุ่น. เว็บไซต์http://www.thaifamilylink.net/web/node/49. สืบค้นวันที่ 9 กรกฎาคม 2566.
วสันต์ ปัญญาแก้ว และคณะ. (2559). รายงานการวิจัย ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก: การพนัน ความเป็นชาย วัยรุ่น และวัฒนธรรมบริโภคนิยม. ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิทยากร เชียงกูล. (2562). เสพติดพนัน: ความใหญ่โตของปัญหาและแนวทางแก้ไข / วิทยากร เชียงกูล. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 22, 2566, จากฐานข้อมูล (Chiang Mai University Digital Collections).
วิลาสินี สุขกา เอกราช มะลิวรรณ์ และ มนัสสวาส กุลวงศ์. (2563). เรื่อง แนวทางการศึกษาปฏิบัติการในชีวิตประจำวันของวัยรุ่นมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนใต้. วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 7(1), (125-136).
วิไลลักษณ์ ลังกา และคณะ. (2564). พฤติกรรมการติดพนันออนไลน์: ปัจจัยเชิงสาเหตุ กระบวนการ ผลกระทบทางพฤติกรรมศาสตร์ และแนวทางการช่วยเหลือผู้เรียนที่ติดพนันออนไลน์ สำหรับครูแนะแนวในสถานศึกษา. ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภศักดิ์ ตระการรัตนกุล. (2540). การเสนอเนื้อหาเรื่องฟุตบอลต่างประเทศในหนังสือพิมพ์กีฬากับปัญหาการพนันฟุตบอล. สารนิพนธ์วารสารศาสตรบัณฑิต, สาขาวิชาหนังสือพิมพ์.
สงวน อมรรักษา. (2548). ความชุกของโรคติดการพนันและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในผู้ป่วยที่ติดสารแอมเฟตามีน ที่เข้ารับการบำบัดรักษาในสถาบันธัญญารักษ์. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพจิต ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์. (2561). คู่มือปฏิบัติการดูแลวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้า. บริษัท บียอนด์พับลิสชิ่ง จำกัด.
สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์. (2563). สาเหตุที่เด็กติดเกม. สืบค้นวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 จาก https://bit.ly/3ulHXJm.
สมประวิณ มันประเสริฐ. (2554). การศึกษาสถานการณ์พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทย:การศึกษาเชิงปริมาณด้วยแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
สุพร อภินันทเวช. (2554). เยาวชนกับการพนันในมุมมองของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น. กรุงเทพฯ: สำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
สุพร อภินันทเวช. (2555). เยาวชนกับการพนันในมุมมองของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น. กรุงเทพฯ: โครงการ จัดการความรู้ เพื่อขับเคลื่อนสังคมปลอดพนัน มูลนิธิสดศรี -สฤษดิวงศ
สุรชัย จันทร์จรัสและศรัญญา รักสงฆ์. (2545). พฤติกรรมการเล่นพนันของนักศึกษาในจังหวัดขอนแก่น. รายงานการวิจัย. ขอนแก่น; มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สายสุรี จุติกุล. (2531). การศึกษาแนวความคิดและพฤติกรรมเกี่ยวกับพนันของเด็กและเยาวชน.กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ และคณะ. (2550). หวยใต้ดิน-หวยบนดิน: พฤติกรรมการบริโภคของคนไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 27 (2), 99-120.
องอาจ นัยพัฒน์. (2548). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพ ฯ : สามลดา
อัจฉรา พงษ์ศศิธร. (2544). ความชุกของโรคติดการพนันในบุคลากรของโรงพยาบาลนครปฐม, วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 44(4), 308-19.
อันวา ดูมิแด. (2550). เจตคติต่อการพนันฟุตบอลและพฤติกรรมการเล่นพนันฟุตบอลของเยาวชนในจังหวัดปัตตานี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์เพื่อพัฒนาชุมชน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
Álvarez-Moya, E. M., Jiménez-Murcia, S., Granero, R., Vallejo, J., Krug, I., Bulik, C. M., & Fernández-Aranda, F. (2007). Comparison of personality risk factors in bulimia nervosa and pathological gambling. Comprehensive Psychiatry, 48(5), 452-457.
Bowlby, J., & Ainsworth, M. (2013). The origins of attachment theory. Attachment Theory: Social, Developmental, and Clinical Perspectives, 45, 531-537.
Canale, et al. (2016). Validation of the 8-item Attitudes Towards Gambling Scale (ATGS-8) in a Britishpopulation survey. Addictive Behaviors, 54, 70-74.
Gerdner, A., & Svensson, K. (2003). Predictors of gambling problems among male adolescents. International Journal of Social Welfare, 12(3), 182-192.
Jolley, B., Mizerski, R., & Olaru, D. (2006). How habit and satisfaction affect player retention for online gambling. Journal of Business Research, 59(6), 770-777.
Kaplan, B.H., T.C. Cassel and S. Gore. (1977). Social Support and Health, Medical Care.15(5).
Miller, R., & Howell, G. (2005). A test of the theory of planned behavior in underage lottery gambling. n.p.
Norbeck, K. (1982). The use of social support in clinical practice. Journal of Psychosocial Nursing and Mental Health Science, 20 (December).
Oh, H., & Hsu, C. H. C. (2001). Volitional degrees of gambling behaviors. Annals of Tourism Research,28(3), 618-637.
Ozbay, O. (2008). Strain, social bonding theories and delinquency. C.U. Sosyal Bilimler Dergisi, 32(1), 1-6.
Resnick, M. D., et al. (1997). Protecting adolescents from harm. Journal of America Medical Association, 178, 823-832.
Shin, S. H., & Montalto, C. P. (2015). The role of impulsivity, cognitive bias, and reasoned Action in understanding college student gambling. Journal of Youth Studies, 18(3), 376-395.
Song, H. J., Lee, C. K., Norman, W. C., & Han, H. (2012). The role of responsible gamblingstrategy in forming behavioral intention: An application of a model of goal-directed behavior. Journal of Travel Research, 51(4), 512-523.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารทัศนมิติทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
