รูปแบบการจัดการองค์ความรู้เชิงบูรณาการ : กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าพล เทศบาลตำบลหล่มเก่า และเทศบาลตำบลบ้านโภชน์ จังหวัดเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
รูปแบบ, การจัดการองค์ความรู้, เชิงบูรณาการบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บริบทของการจัดการองค์ความรู้เชิงบูรณาการ เพื่อศึกษาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการองค์ความรู้เชิงบูรณาการ และเสนอรูปแบบการจัดการองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์องค์กรและตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษานี้ใช้วิธีวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยได้ยกกรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าพล เทศบาลตำบลหล่มเก่า และเทศบาลตำบลบ้านโภชน์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากระบบการจัดการความรู้ของเทศบาลทั้ง 3 แห่ง มีความโดดเด่นและมีการเผยแพร่องค์ความรู้ที่สามารถสืบค้น เช่น เว็บไซด์ของหน่วยงานซึ่งมีการเผยแพร่ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม แต่ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการบริหารภายในและขาดการเชื่อมโยงกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่าง “องค์ความรู้ที่มี” กับ “องค์ความรู้ที่จำเป็น” ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเชิงกลยุทธ์ เช่น ความต้องการของประชาชนและผลการประเมินความพึงพอใจ ยังไม่ถูกนำมาใช้ในการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ
จากการศึกษารูปแบบการจัดการองค์ความรู้เชิงบูรณาการ กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าพล เทศบาลตำบลหล่มเก่า และเทศบาลตำบลบ้านโภชน์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลการศึกษาพบว่าการจัดการองค์ความรู้ของเทศบาลในจังหวัดเพชรบูรณ์ยังคงอยู่ในลักษณะการปฏิบัติตามข้อบังคับ มากกว่าการใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น แม้จะมีความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีและการจัดทำคลังความรู้ดิจิทัล แต่ยังขาดการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์องค์กรและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสังเคราะห์ผลการศึกษาได้นำไปสู่การพัฒนา “รูปแบบการจัดการองค์ความรู้เชิงบูรณาการเพชรบูรณ์ (Phetchabun IKM Model)” ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) การเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์และผลการดำเนินงาน (2) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ (3) กระบวนการจัดการความรู้สองราง ทั้งความรู้ชัดแจ้งและความรู้ฝังลึก (4) วัฒนธรรมและแรงจูงใจในการเรียนรู้ร่วม และ (5) วงจรการเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง รูปแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้เชิงยุทธศาสตร์” ที่สามารถสร้างคุณค่าร่วมและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป
เอกสารอ้างอิง
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546. (2546, 9 ตุลาคม). รากิจจานุเบกษา, เล่ม 120, ตอนที่ 100 ก, หน้า 1–19.
Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford University Press.
Probst, G., Raub, S., & Romhardt, K. (1997). Wissen managen: Wie Unternehmen ihre wertvollste Ressource optimal nutzen. Gabler Verlag.
Wiig, K. M. (1993). Knowledge Management Foundations: Thinking about thinking-How people and organizations create, represent, and use knowledge. Schema Press, Ltd.
Girard, J. P. (2005). The Inukshuk: A Canadian Knowledge Management Model. KMPRO Journal, 2(2), 9-16.
เทศบาลตำบลท่าพล. (2565). การบริหารจัดการองค์ความรู้ (KM) แผนการจัดองค์ความรู้ในองค์กร (Knowledge Management: KM). https://www.thaphon.go.th/km
เทศบาลตำบลหล่มเก่า. (2565). การบริหารจัดการองค์ความรู้ (KM). https://www.lomkao.go.th/km
เทศบาลตำบลบ้านโภชน์. (2560). โครงการการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร (Knowledge Management :KM) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560. ปลัดเทศบาลตำบลบ้านโภชน์.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.