การวิจัยเชิงสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยกับพฤติกรรมกิจกรรมทางกายในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • ชลธิชา แก้วมี ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
  • กรรณภรณ์ รุ่งแจ้ง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
  • โสภิดา ทองรอด คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

DOI:

https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2677

คำสำคัญ:

ความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัย, พฤติกรรมกิจกรรมทางกาย, นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัย (Subjective Well-Being: SWB) และพฤติกรรมกิจกรรมทางกาย (Physical Activity: PA) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งวิเคราะห์ว่าระดับกิจกรรมทางกายที่นักเรียนปฏิบัติสัมพันธ์กับระดับความพึงพอใจในชีวิตและอารมณ์เชิงบวก–ลบอย่างไร กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชาย 251 คน และนักเรียนหญิง 178 คน รวม 429 คน คัดเลือกโดยวิธีเจาะจง (Purposive Sampling) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567

การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามสองชุด ได้แก่ มาตรวัด SWB จำนวน 20 ข้อ แปลและปรับจาก Satisfaction with Life Scale และ Positive and Negative Affect Schedule และมาตรวัด PA จำนวน 9 ข้อ พัฒนาจาก Physical Activity Questionnaire for Adolescents ทั้งสองแบบใช้มาตราส่วน Likert 5 ระดับ ก่อนใช้งานผ่านการประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน และยืนยันโครงสร้างด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis) พบว่าค่าดัชนีอยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ จากนั้นทดสอบความเที่ยงด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค SWB α = 0.85 และ PA α = 0.82 ซึ่งอยู่ในระดับดี สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) การวิเคราะห์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation) และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้น (Regression Analysis) โดยมีการตรวจสอบสมมติฐานของโมเดล เช่น ความเป็นปกติ ความเป็นเส้นตรง ความเป็นอิสระของตัวแปรคงเหลือ และการตรวจสอบปัญหาความสัมพันธ์เชิงพหุคอลไลนีเอตี เพื่อให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือ

ผลการวิเคราะห์พบว่า นักเรียนมีค่าเฉลี่ย SWB = 3.75 (SD = 0.58) อยู่ในระดับปานกลางถึงสูง และค่าเฉลี่ย PA = 4.12 (SD = 0.71) อยู่ในระดับสูง พฤติกรรมกิจกรรมทางกายมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลางกับ SWB (r = 0.46, p = 0.001) สะท้อนว่าการมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นสัมพันธ์กับความพึงพอใจในชีวิตและอารมณ์เชิงบวกที่สูงขึ้น

ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องจึงควรพัฒนาและสนับสนุนโครงการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย เช่น การจัดชั่วโมงออกกำลังกายในตารางเรียน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวระหว่างเรียน (Active Breaks) และการให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการออกกำลังกายต่อสุขภาพกายและใจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของนักเรียนได้อย่างยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

จินดาภิรักษ์ พฤกษา, และ เลิศสุวรรณ วัฒนา. (2566). สภาพแวดล้อมทางกายภาพและพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักเรียนในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการการศึกษาและกีฬา, 17(2), 112–127.

บุนครอง ธีรวุฒิ, และ ศุภสิน สุขวัฒนา. (2565). พฤติกรรมกิจกรรมทางกายและความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์และสุขภาพ, 9(1), 45–60.

สถาบันพัฒนาเมือง. (2565). รายงานสถานการณ์การออกแบบพื้นที่ชุมชน: กรณีย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาเมือง.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). รายงานสุขภาพจิตเยาวชนไทยหลังโควิด-19. กรุงเทพฯ: สสส.

สุขุมารมณ์ พงศ์สุวรรณ, และ วัยวุฒิ ธนวัฒน์. (2564). ภาวะซึมเศร้าและความอยู่ดีมีสุขของนักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร. วารสารการพัฒนาสุขภาพจิต, 5(1), 25–40.

สุวรรณนา ศรีนวล, และ สมจิต ศรีสุวรรณ. (2566). การศึกษา Subjective Well-Being และ Physical Activity ของเยาวชนไทยในบริบทโรงเรียน. วารสารวิจัยพฤติกรรมสุขภาพ, 12(2), 88–102.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall.

Biddle, Stuart J. H., Mutrie, Nanette, & Gorely, Tim. (2019). Psychology of physical activity: Determinants, well-being and interventions (3rd ed.). London, UK: Routledge.

Cohen, S., & Wills, T. A. (1985). Stress, social support, and the buffering hypothesis. Psychological Bulletin, 98(2), 310–357. https://doi.org/10.1037/0033-2909.98.2.310

Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The “what” and “why” of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11(4), 227–268. https://doi.org/10.1207/S15327965PLI1104_01

Diener, E. (2000). Subjective well-being: The science of happiness and a proposal for a national index. American Psychologist, 55(1), 34–43. https://doi.org/10.1037/0003-066X.55.1.34

Diener, E., & Chan, M. Y. (2011). Happy people live longer: Subjective well-being contributes to health and longevity. Applied Psychology: Health and Well-Being, 3(1), 1–43. https://doi.org/10.1111/j.1758-0854.2010.01045.x

Engel, G. L. (1977). The need for a new medical model: A challenge for biomedicine. Science, 196(4286), 129–136. https://doi.org/10.1126/science.847460

Huebner, E. Scott. (1991). Initial development of the Students’ Life Satisfaction Scale. School Psychology International, 12(3), 231–240. https://doi.org/10.1177/0143034391123004

Kim, Y., & Park, H. (2020). The association between physical activity and subjective well-being in adolescents. Journal of Adolescent Health, 67(4), 612–619. https://doi.org/10.1016/j.jadohealth.2020.04.027

Nguyen, M. H., Hoang, V. D., & Tran, T. L. (2021). Physical activity and mental health among Vietnamese adolescents: A cross-sectional study. BMC Public Health, 21, 1023. https://doi.org/10.1186/s12889-021-11098-7

Pattanapanch, S., & Anuwat, T. (2022). Promoting physical activity to enhance mental quality of life in secondary schools. TNI Journal of Health Science, 14(3), 56–70.

Sawaengdee, Natcha. (2022). Online social pressure, physical activity, and well-being in Bangkok students. Bangkok Research Journal, 9(1), 78–92.

Steptoe, Andrew, Deaton, Angus, & Stone, Arthur A. (2022). Psychological well‐being, health, and ageing. The Lancet, 385(9968), 640–648. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(14)61489-0

Stubbs, Brendon, Vancampfort, Davy, & Rosenbaum, Simon. (2018). An examination of the anxiolytic effects of exercise for people with anxiety and stress-related disorders: A meta-analysis. Psychiatry Research, 249, 102–108. https://doi.org/10.1016/j.psychres.2016.12.020

Suldo, S. M., & Shaffer, E. J. (2008). Looking beyond psychopathology: The dual-factor model of mental health in youth. School Psychology Review, 37(1), 52–68. https://doi.org/10.1080/02796015.2008.12087963

Suldo, S. M., Shaunessy, E., Thalji, A., Michalowski, J., & Shaffer, E. (2009). Sources of stress for students in high school college preparatory and general education programs: A mixed-methods approach. School Psychology Quarterly, 24(2), 124–143. https://doi.org/10.1037/a0015392

Suldo, S. M., Thalji, A., & Ferron, J. (2014). Longitudinal academic outcomes predicted by early adolescents’ subjective well-being, psychopathology, and mental health status yielded from a dual-factor model. Journal of Happiness Studies, 15(1), 169–182. https://doi.org/10.1007/s10902-013-9458-4

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-10-2025

รูปแบบการอ้างอิง

แก้วมี ช., รุ่งแจ้ง ก., & ทองรอด โ. (2025). การวิจัยเชิงสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างความอยู่ดีมีสุขเชิงอัตวิสัยกับพฤติกรรมกิจกรรมทางกายในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 3(5), 55–72. https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2677