ภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ ในสหวิทยาเขต 4 ศรีสำโรง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์
DOI:
https://doi.org/10.65205/jasrru.2569.e3591คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัล, ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล, โรงเรียนอัจฉริยะบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ และ 3) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 14 คน และข้าราชการครู 177 คน รวมทั้งสิ้น 191 คน ในสหวิทยาเขต 4 ศรีสำโรง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสัดส่วนของประชากรและใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยแบบสอบถามภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r) อยู่ระหว่าง .22 - .70 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .88 และแบบสอบถามความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (r) อยู่ระหว่าง .22 - .74 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .87 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐานการวิจัย ได้แก่ สถิติวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และสถิติวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัย พบว่า
- ภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา (X) โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยเลขคณิตจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการเป็นผู้นำที่เสริมสร้างศักยภาพและวัฒนธรรมดิจิทัล (X3), มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ได้แก่ ด้านการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน (X5), ด้านการสนับสนุนความเสมอภาคและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (X1), ด้านการวางแผนกำหนดวิสัยทัศน์ดิจิทัล (X2) และด้านการออกแบบเชิงระบบ (X4) ตามลำดับ
- ความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ (Y) โดยภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยเลขคณิตจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Y1), มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ได้แก่ ด้านการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลากรครูและนักเรียน (Y2) และด้านสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Y3) ตามลำดับ
- ภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา (X) ส่งผลต่อความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ (Y) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยตัวแปรภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่สามารถพยากรณ์ความเป็นโรงเรียนอัจฉริยะ ได้ดีที่สุดจำนวน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน (X5), ด้านการวางแผนกำหนดวิสัยทัศน์ดิจิทัล (X2) และด้านการออกแบบเชิงระบบ (X4) ตามลำดับ โดยมีอำนาจพยากรณ์ได้ร้อยละ 74.30 มีสมการการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐานตามลำดับ ดังนี้
Y′ = 1.602 + 0.244(X5) + 0.230(X2) + 0.138(X4)
Z′ = 0.367(ZX5) + 0.347(ZX2) + 0.202(ZX4)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กัญญาภัค จูฑพลกุล, และ ทัศนะ ศรีปัตตา. (2565). ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(10), 271–284.
กนิษฐิกา พรหมวาทย์. (2566). ภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มยกกระบัตร อำเภอสามเงา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยพะเยา].
เจษฎา ชวนะไพศาล. (2563). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มสหวิทยาเขตทวารวดี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
เจษฎา สนสุภาพ และคณะ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครู วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาลัยนครราชสีมา ครั้งที่ 8 (น. 153). วิทยาลัยนครราชสีมา.
ชาญวิทย์ ชุมศรี. (2564). กลยุทธ์การพัฒนาสู่การเป็นโรงเรียนอัจฉริยะในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(3), 1419–1436.
ณัฏฐณิชา พรปทุมชัยกิจ. (2564). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(2), 126–138.
ธณัชนันท์ พรหมแทนสุด. (2565). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางเทคโนโลยีสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(8), 440–456.
พิสมัย สิมสีพิมพ์. (2558). ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของรูปแบบองค์กรอัจฉริยะกับคุณภาพของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี].
ภัค จูฑพลกุล, และ ทัศนะ ศรีปัตตา. (2567). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(2), 39–52.
ภาณุพันธุ์ จันทรา, และคณะ. (2560). ความเป็นองค์กรอัจฉริยะของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. สักทอง. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (สทมส.), 23(1), 24–37.
ภูรีรัตน์ สุกใส. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
วันซูรัยณา ดอแม. (2566). ภาวะผู้นำด้านดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 1. วารสารทัศนมิติทางการศึกษา, 2(3), 13–20.
ศิริพงษ์ กลั่นไพฑูรย์, และ จิติมา วรรณศรี. (2564). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 11(2), 478–481.
สมเกียรติ อินทสิงห์, ชูชีพ พุทธประเสริฐ, ถนัด บุญชัย, และ ชาตรี มณีโกศล. (2567). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการยุคดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(1), 448–462.
สิรินาถ คงแก้ว. (2567). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารกับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 25(2). https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/view/274501
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. (2567). ข้อมูลสารสนเทศ ประจำปีการศึกษา 2567. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. (2567). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กลุ่มนโยบายและแผน. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์.
อักษราภัค สิทธิพรรัตนมณี. (2566). การวิเคราะห์องค์ประกอบการเป็นองค์กรอัจฉริยะของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 [วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
Albrecht, K. (2003). The power of minds at work: Organizational intelligence in action. AMACOM.
Argyris, Y. A., & Ransbotham, R. (2016). Knowledge entrepreneurship: Institutionalizing wiki-based knowledge-management processes in competitive and hierarchical organisations. Journal of Information Technology, 31(2), 226–239.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.International Society for Technology in Education. (2018). ISTE standards for education leaders. ISTE. https://iste.org/standards/education-leaders#3-1-equity-and-citizenship-advocate
Meshkani, M., et al. (2012). Analysis of the relationship between ownership change and organizational intelligence. Interdisciplinary Journal of Contemporary Research, 3(10), 764–769.
Sammons, P., Hillman, J., & Mortimore, P. (1995). Key characteristics of effective schools: A review of school effectiveness research. International School Effectiveness & Improvement Centre, University of London.
Sullivan, L. (2017). 8 skills every digital leader needs. https://www.cmswire.com/digital-workplace/8-skills-every-digital-leader-needs/
Zhu. (2016). The plant cell. Journal Description, 18(9), 102.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.














