การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3

ผู้แต่ง

  • รัชนี ท้าวมา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • ธิดารัตน์ จันทะหิน สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • ชวนคิด มะเสนะ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

DOI:

https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2962

คำสำคัญ:

การบริหารสถานศึกษา, การบริหารงานบุคคล, ยุคดิจิทัล

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา (2) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดสถานศึกษา (3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา วิธีการศึกษาใช้รูปแบบผสมผสาน ระหว่างเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา จำนวน 2,013 คน ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 323 คน จำแนกเป็น ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 40 คน และครู จำนวน 283 คน โดยกำหนดขนาดของตัวอย่างตามตารางของเครจซี่ และมอร์แกน (2513) ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามขนาดสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการสัมภาษณ์ จำนวน 6 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 3 คน และครู จำนวน 3 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ดังนี้ ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์
การทดสอบที (t-test) การทดสอบเอฟ (F-test) และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ โดยใช้วิธีของ Scheffé ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

       ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.38) ตามเกณฑ์ (บุญชม ศรีสะอาด, 2560) ทั้งนี้เพราะผู้บริหารสถานศึกษา มีความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารงานบุคคล เนื่องจากบุคลากรเป็นทรัพยากรหลักในการขับเคลื่อนการศึกษา โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มประสิทธิภาพใน
การทำงาน ซึ่งช่วยให้บุคคลสามารถเข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและสะดวก อีกทั้งการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานย่อมส่งผลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และช่วยให้สถานศึกษาบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) การเปรียบเทียบการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง และประสบการณ์ในการทำงาน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนจำแนกขนาดสถานศึกษาพบว่า โดยรวมไม่แตกต่างกัน 3) แนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ได้ผลดังนี้ 1) ด้านการวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง ควรใช้เทคโนโลยีใน
การวางบุคคลให้เหมาะสมกับความต้องการของสถานศึกษา 2) ด้านการสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง ควรใช้ระบบออนไลน์ในการคัดเลือกและจัดเก็บข้อมูลอย่างมีระบบ 3) ด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ควรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และเครื่องมือดิจิทัลในการสร้างแรงจูงใจติดตามความก้าวหน้าและสนับสนุนการอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ 4) ด้านการประเมินผลการปฏิบัติงาน ควรส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีในการประเมินผลการปฏิบัติงาน การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนและการประเมิน วิทยฐานะ 5) ด้านวินัยและการรักษาวินัย ควรใช้เทคโนโลยีในการส่งเสริมให้ความรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในด้านวินัยและการรักษาวินัย สร้างความตระหนักในการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลและการประพฤติตนตามระเบียบวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัด

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

ชยากร ทิพมาศ. (2565). แนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ชลธิชา ธรรมผล. (2565). นวัตกรรมการบริหารงานบุคคลในยุคฐานวิถีชีวิตใหม่ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา จังหวัดนครนายก [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ณัฐกานต์ เดชบุญ และสมใจ สืบเสาะ. (2567). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน, 6(1), 176-188.

ณัฐพัชร์ มัฌชิมะบุระ. (2565). การศึกษาการใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

เดือนเพ็ญ อนุตรพงศ์. (2567). การศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพะเยา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยพะเยา.

บราเหม คงถิ่น. (2566). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสตูล [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. สุวีริยาสาส์น.

ปิยะนุช ทีทา. (2562). การบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.

พระปลัดสมเกียรติ อํสุธโร, อินถา ศิริวรรณ และ ระวิง เรืองสังข์. (2564). การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาท่ามกลางสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร, 2(1), 71-84.

เพลงไพลิน สินธนันชัย. (2566). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

มลฤดี เพ็งสง่า และมัทนา วังถนอมศักดิ์. (2566). การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ ศรีนครินทรวิโรฒ, 24(2), 162-175.

ยุทธนา อิศรางกูร ณ อยุธยา. (2557). การบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 1. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 1(1), 54–61.

วชิรพงศ์ พูลเกษร. (2565). แนวทางการส่งเสริมคุณลักษณะของผู้บริหารในยุคดิจิทัลสังกัด สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์].มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สงกรานต์ โคตะดม. (2563). ประสิทธิผลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสกลนคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

สงบ อินทรมณี. (2562). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 16(1), 353-360.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ

จาก https://drive.google.com/file/d/1rH8vvmMECzV0CPffJQddsltuI3ea9Ykx/preview.

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (พ.ศ.

-2570) ฉบับที่ 13. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2562). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

สุชาดา คำพิทูรณ์. การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

สุภาพร หลีจ๊ะ. (2565). การศึกษาการบริหารสถานศึกษาโดยใช้หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยพะเยา.

อภิสิทธิ์ กองแก้ว. (2566). การวิเคราะห์องค์ประกอบคุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์].มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Gary, Dessler. (2009). Human Resource management (3'ed.). New York : McGraw Hill.

Krejcie, R. V., and D.W.,Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3) 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

17-12-2025

รูปแบบการอ้างอิง

ท้าวมา ร. ., จันทะหิน ธ., & มะเสนะ ช. (2025). การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 3(6), 33–52. https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2962