การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ผู้แต่ง

  • ทนงเกียรติ พลไชยา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

DOI:

https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2790

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, ความสามารถในการแก้ปัญหา, รูปแบบการจัดการเรียนรู้

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุก กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย จำนวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าที ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1.รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engage) เป็นขั้นเตรียมความพร้อมของผู้เรียน โดยครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มแบบคละความสามารถ และครูสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ สร้างสถานการณ์ให้นักเรียนทบทวนความรู้เดิมที่นักเรียนจำเป็นต้องมีก่อนที่จะเรียนเนื้อหา ขั้นที่ 2 ขั้นวางแผนสำรวจเป้าหมาย (Explore) เป็นขั้นการนำเสนอปัญหาหรือสถานการณ์ที่น่าสนใจสัมพันธ์กับประสบการณ์ของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจกับปัญหา ได้ร่วมกันวางแผนการแก้ปัญหาว่าสิ่งที่โจทย์กำหนดให้มีอะไรบ้าง และต้องการทราบอะไร มีวิธีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร ขั้นที่ 3 ขั้นลงมือปฏิบัติ (Experience) เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำข้อมูลจากการวิเคราะห์ข้อมูลของปัญหา ค้นหาคำตอบร่วมกันผ่านกระบวนการกลุ่ม โดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ขั้นตอนนี้ครูควรให้เวลาผู้เรียนในการค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง ขั้นที่ 4 ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Exchange) เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำเสนอสื่อสารวิธีคิดของตนเองเกี่ยวกับคำตอบที่ได้หรือวิธีการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ เปรียบเทียบคำตอบพร้อมรับฟังมุมมองของเพื่อนในชั้นเรียน ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปและสะท้อนผล (Explain) เป็นขั้นตอนที่นักเรียนสรุปองค์ความรู้ วิธีการหรือขั้นตอนการดำเนินการ สะท้อนแนวคิดและคำตอบที่ได้จากการแก้ปัญหา ตรวจสอบคำตอบที่ได้ว่ามีความสมเหตุสมผล    ขั้นที่ 6 ขั้นต่อยอดและประเมิน (Extend) เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำหลักการ กฎเกณฑ์ และวิธีการแก้ปัญหาที่ผู้เรียนค้นพบไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์อื่นๆ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนตามความสามารถและความถนัด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กิตติพันธ์ วิบุลศิลป์. (2560). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดห้องเรียนกลับทางร่วมกับการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 10(2), 91–104.

ทิศนา แขมมณี. (2558). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 18). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธนวรรณ นัยเนตร. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับคำถามระดับสูงที่มีต่อความสามารถในการให้เหตุผลและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่องฟังก์ชันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].

ยุพิน พิพิธกุล. (2545). การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ยุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: พิพิธการพิมพ์.

ลีลาวดี ชนะมาร. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการออกแบบการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2568). รายงานผลการประเมิน PISA 2022: ความสามารถในการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ของนักเรียนไทย. กรุงเทพฯ: สสวท.

อัมพร ม้าคนอง. (2553). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การพัฒนาเพื่อพัฒนาการ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัมพร ม้าคนอง. (2558). คณิตศาสตร์สำหรับครูมัธยม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). Washington, DC: The George Washington University.

Bruner, J. S. (1961). The act of discovery. Harvard Educational Review, 31(1), 21–32.

Flavell, J. H. (1979). Metacognition and cognitive-developmental monitoring: A new area of cognitive-developmental inquiry. American Psychologist, 34(10), 906–911.

Freeman, S., Eddy, S. L., McDonough, M., Smith, M. K., Okoroafor, N., Jordt, H., & Wenderoth, M. P. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410–8415.

Piaget, J. (1970). Genetic epistemology. New York, NY: Columbia University Press.

Polya, G. (1957). How to solve it: A new aspect of mathematical method (2nd ed.). Princeton, NJ: Princeton University Press.

Prince, M. J. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223–231.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-10-2025

รูปแบบการอ้างอิง

พลไชยา ท. (2025). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 . วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 3(5), 159–172. https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2790