พลวัตอำนาจกับสุขภาวะ: ภาษีมูลค่าเพิ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพไทย
คำสำคัญ:
พลวัตอำนาจ, สุขภาวะ, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), ความเหลื่อมล้ำในระบบสุขภาพไทย, การกระจายอำนาจทางการคลัง, การถ่ายโอนภารกิจบทคัดย่อ
การกระจายอำนาจทางการคลังในภาคสาธารณสุขไม่ใช่เพียงกลไกในการถ่ายโอนภารกิจเชิงบริหาร แต่เป็นกระบวนการจัดระเบียบความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการจัดบริการสุขภาพและการลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ กับตัวชี้วัดด้านสุขภาวะ การลงทุนทางสังคม และดัชนีความเหลื่อมล้ำ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลระดับมหภาคของประเทศไทย โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณผ่านกลไกภาษีมูลค่าเพิ่มมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดและระดับการใช้จ่ายด้านสุขภาพ และมีความสัมพันธ์เชิงลบกับค่าดัชนีความเหลื่อมล้ำ จำนวนการเกิดมีชีพ และจำนวนเตียงโรงพยาบาลต่อประชากร อันสะท้อนถึงพลวัตของอำนาจเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อความสามารถของ อปท. ในการกำหนดนโยบายสุขภาพเชิงรุก ทั้งนี้ การวิเคราะห์ยังเผยให้เห็นข้อจำกัดเชิงระบบของโครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์ที่อาจขัดขวางการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่มีความยั่งยืน งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การกระจายอำนาจด้านการบริการสุขภาพ จำเป็นต้องมีมากกว่าการถ่ายโอนทรัพยากรทางการคลัง หากแต่ต้องควบคู่ไปกับการเสริมสร้างสมรรถนะสถาบัน การเพิ่มขีดความสามารถเชิงนโยบายของท้องถิ่น และการจัดวางระบบธรรมาภิบาลที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อให้สุขภาวะเป็นผลลัพธ์ของความเสมอภาคทางสังคม ไม่ใช่เพียงผลพวงของการจัดสรรงบประมาณเชิงเทคนิค
เอกสารอ้างอิง
จักรกฤษณ์ วังราษฎร์. (2554). การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข : ความเป็นมาสถานการณ์และแนวโน้มในอนาคต. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 5(4), 530-538.
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์. (2566). โครงการวิจัยการลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพด้วยการเพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือแพทย์และแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพ (รายงานผลการวิจัย). สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย.
วุฒิสาร ตันไชย. (2563). การกระจายอำนาจเพื่อการยกระดับประชาธิปไตยและเสริมสร้างความเป็นธรรม. https://jsi.rsu.ac.th/Article/Article_jsi-V1N1_30-57.pdf
เฉลิมพงศ์ มีสมนัย. (2566). การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารการคลังทางด้านการรายจ่าย. https://mgtsci.stou.ac.th/
Musgrave, R. A. (1959). The theory of public finance: A study in public economy. McGraw-Hill.
Whitehead, M. (1992). The concepts and principles of equity and health. International Journal of Health Services, 22(3), 429-445.
World Health Organization. (2007). Everybody’s business: Strengthening health systems to improve health outcomes: WHO’s framework for action. World Health Organization.
Hood, C. (1991). A public management for all seasons? Public Administration, 69(1), 3-19.
Rhodes, R. A. W. (1997). Understanding governance: Policy networks, governance, reflexivity and accountability. Open University Press.
สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ. (2561). การจัดสรรงบประมาณด้านสาธารณสุขต่อคุณภาพชีวิตและความเสมอภาคทางสังคมของประชาชนไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ.
สุพัตรา ศรีวณิช. (2564). การประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุขจากกระทรวงสาธารณสุขไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2021). Fiscal ecentralisation and health outcomes. OECD Publishing.
Faguet, J. P. (2014). Decentralization and governance. World Development, 53, 2-13.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.