ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมโรคความดันโลหิตของผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ตำบลวังพิณพาทย์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

ผู้แต่ง

  • ทาริกา กรงทอง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลวังพิณพาทย์ อาเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย
  • พงษ์พิมาย เกิดเกตุ นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ สานักงานสาธารณสุขอาเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

DOI:

https://doi.org/10.60101/jimc2023.834

คำสำคัญ:

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์, พฤติกรรมการควบคุมโรคความดันโลหิต, การสื่อสารสุขภาพ

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ปัจจัยเอื้อ ปัจจัยเสริม ได้แก่ ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ จำนวน 152 คน ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังพิณพาทย์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ค่า IOC = 0.67 ค่าความเชื่อมั่น = 0.70 สถิติวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ระยะเวลาในการศึกษา คือ มกราคม พ.ศ. 2564 - เมษายน พ.ศ. 2565 ผลการศึกษา พบว่า ความรู้ อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 80.3) ทัศนคติอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 82.9) การรับรู้ประโยชน์ของการควบคุม อยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 100.0) การรับรู้อุปสรรคของการควบคุมอยู่ในระดับต่ำ (ร้อยละ 88.2) การเข้าถึงบริการสุขภาพอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 59.2) การได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 68.9) พฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตอยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 67.1) และมีความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยนำ ได้แก่ ความรู้ การรับรู้ประโยชน์และการรับรู้อุปสรรคของการควบคุมความดันโลหิต การเข้าถึงบริการสุขภาพ แรงสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต (r = 0.190, p = 0.055) ทัศนคติเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต
(r = 0.061, p = 0.542) การรับรู้ประโยชน์ของการควบคุมความดันโลหิตมีความสัมพันธ์ในระดับต่ำกับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต (r = 0.229, p = 0.020) การรับรู้อุปสรรคของการควบคุมความดันโลหิตไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต (r = 0.097, p = 0.331) การเข้าถึงบริการสุขภาพไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต (r = 0.012, p = 0.902) และแรงสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำกับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิต (r = 0.260, p = 0.008)

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

จันทนี เปี่ยมนุ่ม. (2550). พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]. https://doi.10.14457/KU. the.2007.1023

จิราวรรณ เจนจบและสุพัฒนา คำสอน. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกศกาสร อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร. รายงานการประชุมเชิงวิชาการนเรศวรวิจัย ครั้งที่ 12 : วิจัยและนวัตกรรมกับการพัฒนาประเทศ, 721-734.

ณัฐปภัสญ์ นวลสีทอง, ธัญรัศม์ ภุชงค์ชัย, และกาญจนา สุขบัว. (2565). โปรแกรมการพัฒนาพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(2), 1689-1698.

พิชญา เปรื่องปราชญ์. (2558). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลบางปลาร้า บ้านนิคมพัฒนา จังหวัดปราจีนบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญา

มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครินทร์]. http://thesis.rru.ac.th/files/pdf/620_2016_10_12_1

pdf

วริศรา ปั่นทองหลาง, ปานจิต นามพลกรัง, และวินัฐ ดวงแสนจันทร์. (2561). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้. วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์, 38(4), 152-165.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย. (2565). เอกสารประกอบการตรวจราชการและนิเทศงาน กรณีปกติระดับกระทรวงสาธารณสุข รอบที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2565 จังหวัดสุโขทัย. [เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์]. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย.

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. (2556). สรุปสถิติที่สำคัญ พ.ศ. 2556. กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2556, 7 กันยายน). จำนวนและอัตราผู้ป่วยในด้วยโรคความดันโลหิตสูง. http://haincd.com/information-statistic/non-communicable-disease-data.php

เสาวนีย์ ศรีติตระกุล และคณะ. (2542). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของการควบคุมความดันโลหิตสูง. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 29(1), 49-58.

ภาษาอังกฤษ

Becker, M. H. (1974). The health belief model and personal health behavior. Health Education Monographs, 2, 324- 508.

Fishbein, M., & Ajzen, I. (1975). Belief, attitude, intention, and behavior: an introduction to theory and research. Addison-Wesley.

Green, L. W., Kreuter, M. W., Deeds, S. G., & Partridge, K. B. (1980). Health promotion planning: a diagnostic approach. Palo Alto.

Pender, N. J. (1987). Health promotion in nursing practice. Appleton & Lange.

Schulz, R. & Johnson, A. C. (1990). Management of hospitals and health services: strategic issues and performance. Mosby.

03

เผยแพร่แล้ว

27-12-2023

รูปแบบการอ้างอิง

กรงทอง ท., & เกิดเกตุ พ. (2023). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการควบคุมโรคความดันโลหิตของผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ตำบลวังพิณพาทย์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย. วารสารนวัตกรรมสื่อและการสื่อสาร, 2(2), 35–44. https://doi.org/10.60101/jimc2023.834

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย