Dvaravati: The Beginning of Community Decentralization in Southeast Asia
DOI:
https://doi.org/10.14456/jasrru.2023.40Keywords:
Dvaravati, the Primitive Community, Southeast AsiaAbstract
This article aimed to study: - 1) the define the term “Dvaravati”, 2) the history and development of Dvaravati, 3) the administration of the Dvaravati era, and 4) the social surroundings and economic situations in the Dvaravati era. The documentary study and field study were used in this work. Finally, it was presented by descriptive analytics.
The results of the study were as follows: The term “Dvaravati” was inscribed in the silver coins identified with the message “Sridvaravati savarapunya” which was translated as “the meritorious wholesomeness of the king of Sridvaravati” and it signified in the Sanskrit language “the port which was the gate of trade” and might be compared with the term “Dvaraka” which was the name of Deity Krishna’s city in the Indian epic titled “The Mahabharata” and also compared with the term “Tho-lo-po-ti” recorded in the diary of Hianjung Bhikkhu or other terms which had the same sound: Juan-lo-po-ti, Cher-ho-po-ti, and throw-her, etc.
Dvaravati was the primitive community in the territory of Thailand during the 12-16 B.E., which was influenced by the cultures, arts, and architecture of India. It was so prosperous and assumed that this city was likely to be the center of Dvaravati: the ancient city of Nakonprathom, the Ancient City of U-thong, and the Ancient City of Srithep.
Although the administration in Dvaravati Era was not unclear to be said, it might be able to be assumed that the Dvaravati administration was likely to be a form of Absolute Monarchy, which had some clues of the engraving in the Punlawa language and the Sanskrit language on the base of the Buddha image aged around the 12 B.E. from Janthuek Temple, which signified Queen of Dvaravati and of the copper inscription in the ancient Khmer alphabets in U-thong City, which signified King Hansavarman with King E-sanavarman as King of Dvaravati.
In social surroundings and economic situations in Dvaravati Era, in the beginning, the majority of people had venerated spirits and believed in Brahmin and Hinduism. Later they believed in the Theravada and Mahayana sects of Buddhism increasingly, and they did a living as agriculturalists and traders, and farmers, as well as bead sellers.
Downloads
References
กรมศิลปากร. (2529). จารึกในประเทศไทย เลม 1 อักษรปลลวะ หลังปลลวะ พุทธศตวรรษที่ 12-14. กรุงเทพฯ : หอสมุดแหงชาติ กรมศิลปากร.
ดี จี อี ฮอลล์. (2549). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : สุวรรณภูมิ-อษาคเนย์ภาคพิสดาร. กรุงเทพฯ : มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์.
ดุจฤดี คงสุวรรณ์. (2543). พัฒนาการสังคมไทย. บ้านจอมยุทธ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.baanjomyut. com/library_2/ development_of_society/02.html. สืบค้น 1 กุมภาพันธ์ 2566.
ทวีศักดิ์ ทองทิพย์. (2559). ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม : ประวัติศาสตร์ เส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและหลักพุทธธรรมในประเทศไทย. สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ธิติพงศ์ มีทอง. (2562). อารยธรรมทวารวดีในประวัติศาสตร์เมืองโบราณคูบัว. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 9(2) : 3-18.
บังอร ปิยะพันธ์. (2537). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้. กรุงเทพฯ : โอ เอส พริ้นติ้งเฮ้าส์.
บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ และเรไร นัยวัฒน์. (2550). ทุ่งตึกเมืองท่าการค้าโบราณ. ภูเก็ต : สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต.
ผาสุก อินทราวุธ. (2548). สุวรรณภูมิจากหลักฐานทางโบราณคดี. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พระครูโสภณวีรานุวัตร, พระครูวิบูลเจติยานุรักษ์ และเอกมงคล เพ็ชรวงษ์. (2562). ประวัติศาสตร์และคุณค่าทางอารยธรรมสมัยทวารดี. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากรสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปะศาสตร์. 12(4) : 606-623.
พิริยะ ไกรฤกษ์. (2523). ศิลปทักษิณกอนพุทธศตวรรษที่ 19. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
พิริยะ ไกรฤกษ์. (2533). ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ จำกัด.
มานพ นักการเรียน และบานชื่น นักการเรียน. (2564). ทวารวดี: มิติทางความเชื่อและศาสนา. สิรินธรปริทรรศน์. 22(1) : 254-263.
ยอซ เซเดส์. (2472). ประชุมศิลาจารึกสยาม ภาคที่ 2 จารึกกรุงทวารวดี เมืองละโว้ และเมืองประเทศราชขึ้นแก่กรุงศรีวิชัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร.
ยอซ เซเดส์. (2504). ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 2 จารึก ทวารวดี ศรีวิชัย ละโว้. พิมพ์ครั้งที่ 2 (แก้ไขใหม่). กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. (2558). ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2562). ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุงใหม่). นนทบุรี : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
สมเกียรติ โลห์เพชรัตน์. (2556). ศิลปะลพบุรีและศิลปะทวารวดีในประเทศไทย วิเคราะห์เปรียบเทียบศิลปะเขมรในประเทศกัมพูชากับศิลปะลพบุรีในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2561). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ บริษัท สหธรรมิก จำกัด.
สมศักดิ์ รัตนกุล. (2509). รายงานการสำรวจและขุดแต่งโบราณวัตถุสถาน เมืองเก่าอู่ทอง. เอกสารรายงาน. สุพรรณบุรี : กรมศิลปากร จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง. (อัดสำเนา).
สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. (2557). การค้าระหว่างประเทศสมัยทวารวดี: มุมมองจากงานโบราณคดีเมืองนครปฐม. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย. 34(1) : 9-29.
สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. (2559). โบราณคดีเมืองนครปฐม : การศึกษาอดีตของศูนย์กลางแห่งทวารวดี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ 1 ราชบุรี. (2541). คูบัว: ความสัมพันธ์กับชุมชนทวารวดีในบริเวณใกล้เคียง. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
สุภัทรดิศ ดิศกุล. (2528). ศิลปะในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์การพิมพ์.
สุรีรัตน์ ตั้งพรประเสริฐ. (2533). ประติมากรรมรูปเคารพและรูปบุคคล ที่บ้านคูบัว จังหวัดราชบุรี ที่มารูปแบบและแนวทางกำหนดอายุโดยการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับประติมากรรมจากแหล่งอื่น ๆ. วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์. (2503). ชุมชนโบราณคดี. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ เขษมบรรณกิจ.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
Categories
License
Copyright (c) 2023 Journal of Academic Surindra Rajabhat

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.







