การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับโดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
DOI:
https://doi.org/10.65205/jasrru.2026.e3503คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, แผนภาพต้นไม้, เกม, การแยกตัวประกอบ, จำนวนนับบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับ โดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านซับพระไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับโดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 5 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน-หลังเรียน เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับ
โดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับโดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีดังนี้ ก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับโดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการแยกตัวประกอบของจำนวนนับเฉลี่ย เท่ากับ 7.45 คะแนน และหลังได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่อง การแยกตัวประกอบของจำนวนนับโดยใช้แผนภาพต้นไม้ร่วมกับเกม นักเรียนมีคะแนน ความสามารถในการแยกตัวประกอบของจำนวนนับเฉลี่ยเท่ากับ 15 คะแนน โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน อยู่ที่ 3.47 และ 2.68 ตามลำดับ ซึ่งคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
โดยผลสำรวจความพึงพอใจ พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจอยู่ที่ 3.76 ซึ่งคะแนนเฉลี่ยอยู่ระดับพึงพอใจมาก (3.51 – 4.50)
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กรมวิซาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2541). ศูนย์พัฒนาหลักสูตรการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์หนังสือ ชุดเสริมความรู้คณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษาอันดับที่ 9. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
เกรี่ยมชมพู บำรุงสิน. (2560). การจัดการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และความพึงพอใจของผู้เรียน. วารสารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 9(1), 78-92.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2550). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 10). นนทบุรี: ไทเนรมิตกิจ อินเตอร์ โปรเกรสซีฟ.
ทิศนา แขมมณี. (2554). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่14). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
______(2558). ศาสตร์การสอน: องค์ประกอบและกระบวนการ (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปริษฐา วิจิตรกร. (2562). สภาพแวดล้อมห้องเรียนและการเรียนรู้ของนักเรียน. วารสารสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์, 25(2), 112-128.
ราจบันไทย ศรีสุขุม, พิชิต ณ ถลาง, และ สิรินี มั่นเศรษฐ์. (2566). ประสิทธิภาพของการใช้ไดอะแกรมในการสอนเนื้อหาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา. วารสารการศึกษาวิทยาศาสตร์, 18(1), 45-58.
วัชรี บูรณสิงห์. (2525). การสอนคณิตศาสตร์ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล, เอกสารการสอน ชุดวิชาการสอนคณิตศาสตร์ หน่วยที่ 8-15. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2566-2567. กรุงเทพฯ: สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). ทักษะ/กระบวนการทาง คณิตศาสตร์มืออาชีพ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ส.เจริญการพิมพ์.
______. (2560). ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : ส.เจริญการพิมพ์.
สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี. (2566). แผนผังต้นไม้ (Tree Diagram): เครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข [PowerPoint สไลด์]. SlideShare. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2567.https://alro.go.th/uploads/org/tech_trans/files/
Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives. New York: Longman.
Bloom, B. S., Englehart, M. D., Furst, E. J., Hill, W. H., & Krathwohl, D. R. (1956). Taxonomy of Educational Objectives, Handbook I: The Cognitive Domain. New York: David McKay Co Inc.
Bruner, J. S. (1966). Toward a theory of instruction. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Eswaran, S., & Jagadesh, P. (2025). Game-integrated curriculum for elementary mathematics: Enhancing engagement, conceptual understanding, and higher-order thinking skills. Contemporary Issues in Education, 21(3), 156-175.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). Energizing learning: The instructional power of conflict. Educational Researcher, 38(1), 37-51.
Mutten, K., Sullivan, E., & Rodriguez, M. (2018). Student perceptions of innovative teaching methods: A longitudinal study. Journal of Educational Psychology, 110(4), 892-908.
Nayaya, R. (2019). The role of clear instructional communication in student learning outcomes. International Journal of Education and Instruction, 7(2), 45-62.
Paul, R., & Elder, L. (2008). The thinker's guide to the essence of critical thinking concepts and tools. Foundation for Critical Thinking.
Piaget, J. (1954). The construction of reality in the child. New York: Basic Books.
Wilson, Jame W. (1971). Evaluation of Learning in Secondary School Mathematics in Handbook on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York: U.S.A. McGraw-Hil
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.














