การใช้เทคนิคสตอรี่ไลน์ร่วมกับบทบาทสมมติเพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ผู้แต่ง

  • วีรวิชญ์ บุญส่ง สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
  • ธนพัฒน์ เณรน้อย สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

DOI:

https://doi.org/10.65205/jasrru.2026.e3195

คำสำคัญ:

สตอรี่ไลน์, บทบาทสมมติ, ทักษะทางสังคม, หน้าที่พลเมือง, การเรียนรู้เชิงประสบการณ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้โดยการบูรณาการเทคนิคสตอรี่ไลน์และบทบาทสมมติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในรายวิชาหน้าที่พลเมือง 2) ศึกษาผลของการจัดกิจกรรมดังกล่าว ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) เปรียบเทียบทักษะทางสังคมของนักเรียนก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนสิงหพาหุประสานมิตรอุปถัมภ์ จังหวัดลพบุรี จำนวน 39 คน ได้มาด้วยการสุ่มแบบกลุ่ม การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลองโดยใช้รูปแบบการทดลองกลุ่มเดียววัดก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 15 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบประเมินทักษะทางสังคม จำนวน 25 ข้อ ข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมในระดับมาก 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05) และ 3) ทักษะทางสังคมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการบูรณาการเทคนิคสตอรี่ไลน์และบทบาทสมมติเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล ช่วยพัฒนาความเข้าใจทางวิชาการและทักษะทางสังคมของผู้เรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังส่งเสริมคุณลักษณะของพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีเหตุผล และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสันติ สอดคล้องกับแนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อความเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปนัดดา พาณิชยพันธุ์, จิดาภา สนจุมพะ และศุภิสรา งามเลิศ. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องมารยาทชาวพุทธโดยใช้เทคนิคบทบาทสมมติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน พระนารายณ์. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 16(2), 199–216. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/truhusocjo/article/view/277924

พรรณ์ทิพย์ เพ็ชรวิจิตร, อรชุมา ยวงทอง, และอัศวพงษ์ ศรียาวงศ์. (2568). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค สตอรี่ไลน์ เรื่อง ประวัติศาสตร์ไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. Lawarath Social E-Journal, 7(2), 19–38. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawarathjo/ article/view/276723

โรงเรียนสิงหพาหุประสานมิตรอุปถัมภ์. (2568). ข้อมูลจากทะเบียนนักเรียน ปีการศึกษา 2568 [เอกสารต้นฉบับไม่ได้เผยแพร่]. ลพบุรี: โรงเรียนสิงหพาหุประสานมิตรอุปถัมภ์.

วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2565). การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ในศตวรรษที่ 21. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กระทรวงศึกษาธิการ.

Bandura, A. (1986). Social Foundations of Thought and Action: A Social Cognitive Theory. Prentice-Hall.

Bruner, J. S. (1996). The Culture of Education. Harvard University Press.

CASEL. (2020). CASEL's SEL Framework: What are The Core Competence Areas and Where are They Promoted?. https://casel.org/casel-sel-framework-11-2020/

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of Psychological Test (5th ed.). Harper Collins.

Dewey, J. (1938). Experience and Education. Macmillan.

Egan, K. (1986). Teaching as Storytelling: An Alternative Approach to Teaching and Curriculum in The Elementary School. University of Chicago Press.

Erikson, E. H. (1968). Identity: Youth and Crisis. W. W. Norton.

Gillies, R. M. (2018). Promoting Social Interactions in The Classroom: A Story-based Approach. International Journal of Educational Research, 92, 135–145. https://doi.org/10.1016/j.ijer.2018.09.002

Harkness, S. (2007). The Storyline Approach: Promoting Learning Through Storytelling. Educational Practice and Theory, 29(1), 27–42. https://doi.org/10.7459/ept/29.1.03

Harkness, S. (2020). Storyline in Practice: Creative Learning Across The Curriculum. Scottish Educational Review, 52(2), 21–35.

Keskin, S. & Demirel, M. (2021). The Effect of The Storyline Method on Students' Motivation and Social Skills. Education and Science, 46(208), 215–230. https://doi.org/10.15390/EB.2021.10177

Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as The Source of Learning and Development. Prentice-Hall.

Liu, J. & Ding, Y. (2020). Role-playing as A Pedagogical Approach to Develop Social Skills in Secondary Education. Journal of Educational Practice, 11(5), 120–132. https://doi.org/10.5539/jep.v11n5p120

Livingstone, C. (1983). Role Play in Language Learning. Longman.

Rao, D., & Stupans, I. (2012). Exploring The Potential of Role Play in Higher Education: Development of a Typology and Teacher Guidelines. Innovations in Education and Teaching International, 49(4), 427–436. https://doi.org/10.1080/14703297.2012.728879

Rovinelli, R.J. & Hambleton, R.K. (1977). On The Use of Content Specialists in the Assessment of Criterion-Referenced Test Item Validity. Tijdschrift Voor Onderwijs Research, 2, 49-60. https://www.scirp.org/reference/referencespapers?referenceid=2474710

Torky, S. A. E. (2022). Integrating Storytelling and Role-play for Social Competence Development among Adolescents. International Journal of Education and Literacy Studies, 10(3), 45–55. https://doi.org/10.7575/aiac.ijels.v.10n.3p.45

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

บุญส่ง ว., & เณรน้อย ธ. . (2026). การใช้เทคนิคสตอรี่ไลน์ร่วมกับบทบาทสมมติเพื่อเสริมสร้างทักษะทางสังคม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 4(1), e3195. https://doi.org/10.65205/jasrru.2026.e3195

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย

หมวดหมู่