ผลของการจัดโปรแกรมสุขศึกษาร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคมต่อการรับรู้และพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • นารีรัตน์ ทวีฉลาด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประทัดบุ

DOI:

https://doi.org/10.65205/jasrru.2026.e3397

คำสำคัญ:

โปรแกรมสุขศึกษา, แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ, แรงสนับสนุนทางสังคม, กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน, พฤติกรรมสุขภาพ

บทคัดย่อ

การป้องกันและควบคุมอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานในระดับปฐมภูมิถือเป็นภารกิจสำคัญทางสาธารณสุข โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูงที่หากขาดการจัดการที่เหมาะสมจะมีโอกาสพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างรวดเร็ว การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคมที่มีต่อการรับรู้ พฤติกรรมสุขภาพ และระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในพื้นที่ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือกลุ่มเสี่ยงสูงโรคเบาหวาน จำนวน 35 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ที่กำหนด เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมสุขศึกษา "โรงเรียนเบาหวานวิทยา" ซึ่งจัดกิจกรรมผ่าน 5 ฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ บูรณาการร่วมกับการสร้างเครือข่ายแรงสนับสนุนทางสังคมโดยอาสาสมัครสาธารณสุขและระบบติดตามผลต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ เครื่องมือรวบรวมข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ และแบบบันทึกผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดปลายนิ้ว วิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลองด้วยสถิติ Paired t-test

          ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ด้านสุขภาพและคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ การออกกำลังกาย การบริโภคอาหาร และการผ่อนคลายความเครียด สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยพบการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ชัดเจนในด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย ขณะที่การรับรู้อุปสรรคมีความสัมพันธ์อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ  (p = 0.107) ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากค่าเฉลี่ยก่อนอบรมเท่ากับ 114.26 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ค่าเฉลี่ยหลังอบรมเท่ากับ 96.43 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (p < 0.001) และอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการได้รับแรงสนับสนุนทางสังคมร่วมกับการให้ความรู้ที่เน้นการปฏิบัติจริงสามารถปรับเปลี่ยนการรับรู้และพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นรูปธรรม ข้อค้นพบนี้สามารถนำไปใช้เป็นรูปแบบต้นแบบในการจัดการกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในชุมชนอื่น ๆ เพื่อความยั่งยืนของการจัดการสุขภาพในระดับท้องถิ่นต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย. (2569). อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวานต่อแสนประชากร: ระดับตำบล ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. กรมอนามัย - กระทรวงสาธารณสุข 2569. https://dashboard.anamai.moph.go.th/dashboard/dm/tambon?ap=3205&kid=4308&year=2026&utm_source=chatgpt.com

กระทรวงสาธารณสุข. (2566). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566. กรุงเทพฯ: ศรีเมืองการพิมพ์.

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2565). รายงานสถานการณ์โรค NCDs: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิกแอนด์ดีไซน์.

โฉมศรี ถุนาพรรณ์. (2566). การพัฒนาระบบการป้องกันการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสุขภาพ ตำบลตาเบา จังหวัดสุรินทร์. วารสารราชาวดีสาร วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์, 13(2), 64-80.

นารีรัตน์ ทวีฉลาด. (2567). ผลของการจัดโปรแกรมสุขศึกษาร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคมต่อการรับรู้และพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. สุรินทร์: โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประทัดบุ.

ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์. (2566). กรมควบคุมโรค เผยสถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก มีผู้ป่วยแล้ว 537 ล้านคน มีส่วนทำให้เสียชีวิต สูงถึง 6.7 ล้านคน หรือเสียชีวิต 1 ราย ในทุกๆ 5 วินาที. https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=29611&deptcode=brc&news_views=2

ธีรารัตน์ บุญกุณะ และคณะ. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่าง การรับรู้ภาวะเสี่ยงโรคเบาหวาน การจัดการตนเองด้านพฤติกรรมสุขภาพ และระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในอำเภอเมืองจังหวัดลำปาง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ, 10(2), 17-28.

สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2560). สถานการณ์โรคเบาหวานในภาคพื้นแปซิฟิก (Western Pacific) ในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีผู้ที่เป็นเบาหวาน 4.4 ล้านคน. https://www.dmthai.org/new/index.php/sara-khwam-ru/the-chart/the-chart-1/2018-02-08-14-52-46

สุพรรษา สุวรรณสิรินนท์ และรัฐพล ไกรกลาง. (2566). การประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(2), 45-56.

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์. (2567). สนง.เขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 9 จัดประชุมอนุกรรมการ กขป. เขตพื้นที่ 9 และคณะทำงานวิชาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขยายผลรูปธรรมการดำเนินงาน “ชุมชนลดเสี่ยงเลี่ยงเบาหวาน” ในเขตนครชัยบุรินทร์. https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/288586?utm_source=chatgpt.com

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์. (2568). สธ.สุรินทร์ หนุนประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการสุขภาพ พร้อมขับเคลื่อนงาน NCDs ช่วยประหยัดค่ายาได้กว่า 14 ล้านบาท/ปี. https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/389819?utm_source=chatgpt.com

อัจฉรา จินดาวัฒนวงศ์ และคณะ. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรม การป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารรามาธิบดี, 18(1), 58 - 69.

อธิพงษ์ สุขเพ็ญ. (2567). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อ ระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 5(1), 112-125.

Becker, M. H. (1974). The Health Belief Model and Personal Health Behavior. Health Education Monographs, 2(4), 324-473.

House, J. S. (1981). Work Stress and Social Support. Reading, MA: Addison-Wesley.

International Diabetes Federation. (2021). IDF Diabetes Atlas (10th ed.). Brussels, Belgium: International Diabetes Federation.

Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of Health Belief Model. Health Education Monographs, 2 (4): 328-338.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ทวีฉลาด น. . (2026). ผลของการจัดโปรแกรมสุขศึกษาร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคมต่อการรับรู้และพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 4(1), e3397 . https://doi.org/10.65205/jasrru.2026.e3397