วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj <p>PAAT Journal หรือ วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย (Public Administration Association of Thailand Journal) มีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้ 1) เพื่อส่งเสริมเผยแพร่ผลงานและทัศนะทางวิชาการสาขารัฐประศาสนศาสตร์ การบริหารรัฐกิจ การบริหารกิจการสาธารณะ รัฐศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) เพื่อเป็นการพัฒนาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ของประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า 3) เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ของสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทยกับสมาชิกของสมาคมฯ และสังคม</p> th-TH thaipaat@gmail.com (ศาสตราจารย์ ดร.อัมพร ธํารงลักษณ์ ) krutchon@gmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวนธง ครุฑจ้อน) Sat, 27 Dec 2025 12:30:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แนะนำหนังสือ: งานในอนาคต: หุ่นยนต์, ปัญญาประดิษฐ์, และดิจิทัลแพลตฟอร์มในเอเซียตะวันออกและแปซิฟิก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/3280 <p>หนังสือ <strong>Future Jobs: Robots, Artificial Intelligence, and Digital Platforms in East Asia and Pacific</strong> หรือชื่อภาษาไทย <strong>งานในอนาคต: หุ่นยนต์</strong><strong>, ปัญญาประดิษฐ์, และดิจิทัลแพลตฟอร์มในเอเซียตะวันออกและแปซิฟิก</strong> เป็นผลงานเชิงวิชาการร่วมสมัยที่เขียนโดย Omar Arias, Daisuke Fukuzawa, Duong Trung Le และ Aaditya Mattoo ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2025 โดย International Bank for Reconstruction and Development/The World Bank ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หนังสือเล่มนี้มีเป้าหมายสำคัญในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างงานและตลาดแรงงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ภายใต้อิทธิพลของหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล เนื้อหาของหนังสือพยายามท้าทายกระแสความคิดที่มองเทคโนโลยีเป็นภัยคุกคามต่อแรงงาน โดยเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์และกรอบการวิเคราะห์เชิงนโยบายที่สะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี การผลิต และการจ้างงานในประเทศกำลังพัฒนา</p> ศ.ดร.จำเนียร จวงตระกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/3280 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ประสบการณ์พัฒนาข้าราชการของวิทยาลัยการปกครอง https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/3302 <p>การพัฒนาบุคลากรภาครัฐและระบบบริหารจัดการกำลังคนเป็นประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่ง ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ในกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 เห็นชอบแนวทางการพัฒนาบุคลากรกรภาครัฐ พ.ศ. 2566-2570 ในประเด็นการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากร โดย การพัฒนาและ การใช้ศักยภาพของบุคลากร ให้ดำเนินควบคู่กันไปอย่างสมดุล ผ่านกลไกการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงาน รวมถึงการวิคราะห์ผลของการพัฒนาเพื่อปรับปรุงรูปแบบ วิธีการพัฒนาบุคลากร และมีการส่งเสริมให้บุคลากรใช้ประโยชน์ความรู้ ทักษะที่ได้รับจากการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือสำนักงาน ก.พ. ทำหน้าที่ในการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือนดังกล่าว</p> วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/3302 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 สถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทย: แนวโน้ม การวิเคราะห์ และกลไกขับเคลื่อนคุณธรรมเชิงบูรณาการ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2405 <p>บทความนี้นำเสนอข้อมูลสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยจำแนกตามเครือข่ายทางสังคม 6 เครือข่าย โดยรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร สถานการณ์ปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคมในช่วงปี พ.ศ. 2566-2567 และตรวจสอบคุณภาพและความถูกต้องผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิชาการ ผู้ทรงคูณวุฒิ และผู้แทนเครือข่ายทางสังคม และนำเสนอในงานสมัชชาคุณธรรมระดับภาคตลอดปี พ.ศ. 2567 เพื่อนำมาวิเคราะห์ปรากฏการณ์สังคมในมิติคุณธรรม ผลการศึกษา พบว่า 1) เครือข่ายองค์กรภาครัฐมีระบบประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (Integrity and Transparency Assessment: ITA) และธรรมาภิบาลดิจิทัล 2) เครือข่ายภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับแนวทาง ESG เพื่อความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคม 3) เครือข่ายการศึกษาเน้นพัฒนาจริยธรรมแก่นักเรียนผ่านโครงงานคุณธรรม การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในสถานศึกษา 4) เครือข่ายศาสนาพัฒนาผู้เผยแผ่ศาสนา หลักธรรมสอดคล้องกับชีวิต และนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อลดการเผยแพร่ความเชื่อที่ถูกบิดเบือน 5) เครือข่ายภาคประชาสังคมชุมชนและครอบครัว เน้นปัญหาสาธารณะและแก้ไขส่งเสริมคุณธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ปลูกฝังค่านิยมที่ดีผ่านครอบครัว และ 6) เครือข่ายสื่อมวลชนเผชิญความท้าทายการปรับตัว โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ แต่ก็ต้องรักษาจริยธรรมวิชาชีพ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันการใช้สื่อหรือการรู้เท่าทันสื่อ</p> นิติพล ธาระรูป, ณัฐวดี ลิ้มเลิศเจริญวนิช, ศิรภัสสรศ์ วงศ์ทองดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2405 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การบริหารจัดการอุทกภัยในสถานการณ์ภัยพิบัติจังหวัดน่าน ปี 2567 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2427 <p>อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านเมื่อปี 2567 สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหาภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงและความถี่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเกิดน้ำหลาก ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ปริมาณฝนตกในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้องการการจัดการที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ โดยบทความนี้ใช้วิธีการศึกษาโดยการทบทวนวรรณกรรมจากข่าวสาร บทความ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิเคราะห์หาแนวทางการรับมือในอนาคต ได้ดังนี้ 1) ศึกษาสาเหตุและรูปแบบของอุทกภัย เพื่อคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงและการจัดการน้ำในสถานการณ์อุทกภัย 2) วางแผนป้องกันอุทกภัยจากการสร้างระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการศึกษาจากประสบการณ์ของต่างประเทศอย่างจีนและเนเธอร์แลนด์ 3) บูรณาการการป้องกันอุทกภัยกับการพัฒนาเมืองและการใช้ที่ดินด้วยการสร้างพื้นที่ดูดซับน้ำ หลีกเลี่ยงการสร้างบ้านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 4) การฝึกอบรมชุมชนและการใช้เทคโนโลยีในการเตือนภัย 5) บูรณาการการป้องกันภัยพิบัติในระดับท้องถิ่นและการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน 6) ใช้แนวทางฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดอุทกภัยผ่านโครงการที่สามารถปรับสภาพแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน 7) ใช้เทคโนโลยีติดตามสภาพอากาศและการจัดการข้อมูลภูมิสารสนเทศ และ 8) เน้นการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างเป็นพลวัตรให้ทันต่อห้วงเวลาปัจจุบัน</p> คชตรัย เจริญสุข, ชารินทร์ เกษร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2427 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโกกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต : กรอบการส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2430 <p>บทความนี้มุ่งวิเคราะห์แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning Cities) ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในบริบทของการเรียนรู้ตลอดชีวิต และประเมินความเชื่อมโยงต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) ศึกษาพื้นฐานและหลักการของเมืองแห่งการเรียนรู้ตามกรอบ UNESCO 2) เปรียบเทียบแนวคิดหรือนโยบายการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในระดับสากลและระดับประเทศไทย โดยพิจารณาถึงกฎหมายและมาตรการสนับสนุน และ 3) วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้กับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในมิติต่างๆ</p> <p>ผลการวิเคราะห์พบว่า 1) แนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้เน้นการขับเคลื่อนด้วยเจตจำนงทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในครอบครัว ชุมชน และที่ทำงาน 2) เมื่อเปรียบเทียบกับบริบทของไทย พบว่าแม้ได้บรรจุแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในกฎหมายและแผนระดับชาติแล้ว แต่ยังขาดการบูรณาการเชิงพื้นที่ที่เป็นรูปธรรม และ 3) พบความเชื่อมโยงระหว่างแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้กับการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาชีพ ด้านสังคมและวัฒนธรรม และด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน</p> วิเชียร มหาวัน, ศิรภัสสรศ์ วงศ์ทองดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2430 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 60 ปีองค์กรวิชาชีพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาคเอกชนไทย: กรณีสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2738 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาในรายละเอียดเกี่ยวกับพัฒนาการขององค์กรวิชาชีพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาคเอกชนในประเทศไทย วิธีการที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมที่ไม่ใช้ระบบ โดยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการขององค์กรวิชาชีพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาคเอกชนในประเทศไทย แล้วสกัดข้อมูลที่ได้ศึกษานำมาใช้เพื่อเป็นฐานในการเขียนบทความนี้ วรรณกรรมที่ได้ศึกษาประกอบด้วย (1) ความหมายของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (2) บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (3) พัฒนาการขององค์กรวิชาชีพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในต่างประเทศ (4) พัฒนาการขององค์กรวิชาชีพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย คือ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย ต่อจากนั้นได้นำผลการศึกษามาสังเคราะห์เป็นความรู้ที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ คือพัฒนาการขององค์กรวิชาชีพการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในภาคเอกชนในประเทศไทย คือ พัฒนาการของสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย</p> จำเนียร จวงตระกูล, ศรัณยา เลิศพุทธรักษ์, กิตติกานต์ แสงงาม, พรรษวรรณ สุขสมวัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2738 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 เครือข่ายวัดพรหมราชกับการใช้ทุนทางวัฒนธรรมในการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/1954 <p>ความเข้มแข็งของชุมชนที่มาพร้อมกับทุนทางวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษ ไม่เพียงเสริมสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าและเอกลักษณ์ดั้งเดิม แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกให้ดียิ่งขึ้น บทความชิ้นนี้จึงต้องการศึกษาการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของชุมชนวัดพรหมราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ในการใช้ทุนทางวัฒนธรรม-สังคมเพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกำหนดวิธีการเก็บรวมรวมเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จากการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ประกอบด้วย เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดพรหมราช ผู้นำชุมชน พร้อมด้วยกลุ่มสตรีคุณธรรมวัดพรหมหราช และใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community Participation) ร่วมกับแนวคิดทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางสังคม (Cultural and Social Capital) มาเป็นกรอบในการศึกษาปรากฏการณ์ ผลการศึกษาพบว่า 1) เครือข่ายวัดพรหมราชเกิดขึ้นจากความปรารถนาและวิสัยทัศน์ของพระครูโกศลธรรมวิบูล รองเจ้าคณะอำเภอปักธงชัย เจ้าอาวาสวัดพรหมราชที่ต้องการเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรม (โบราณสถาน โบราณวัตถุ) และเครื่องมือหัตถกรรมพื้นบ้านให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลาน จึงได้ประสานความร่วมมือกับทางผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงวัฒนธรรมในการจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้วัดพรหมราชเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการเผยแพร่ประวัติศาสตร์และองค์ความรู้พื้นถิ่น 2) การใช้ทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางสังคมในการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเครือข่ายวัดพรหมราชปรากฏให้เห็นในสองมิติ หนึ่งคือการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์วัดพรหมราชซึ่งภายในมีการจัดแสดงแท่นหินสลัก กระโถน หม้อ ไหชนิดต่าง ๆ อาวุธโบราณ และชุดกระปุกลูกจันที่ถูกส่งทอดและค้นพบภายในชุมชนเพื่อบอกเล่าวิถีชีวิตและความเป็นมาดั้งเดิม สองคือการรวมตัวของกลุ่มสตรีคุณธรรมวัดพรหมราชที่ได้นำอาหารขึ้นชื่อของชุมชนอย่างพล่าหมี่และข้าวโป่งปักธงชัย มาพัฒนาเป็นสินค้าโอทอป (OTOP) เพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิก</p> ศักดิ์ดา นาสองสี, ศิริรัตน์ ผายวัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/1954 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาปัจจัยภายในองค์กรที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน ของบุคลากรกองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2064 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับปัจจัยภายในองค์กรของบุคลากร 2) เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากร และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยภายในองค์กรที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากร กองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วยบุคลากรกองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จำนวน 63 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย การวิเคราะห์ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนและการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับปัจจัยภายในองค์กรของบุคลากรภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.46, SD = 0.13) 2) ระดับคุณภาพชีวิตการทำงานภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.48, SD = 0.13) และ 3) ผลการวิเคราะห์ปัจจัยภายในองค์กรที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากร กองคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะ ด้านโครงสร้าง (structure) ด้านทักษะความสามารถ (skills) ด้านค่านิยมร่วมในองค์กร (shared values) และบุคลากร (staff) ซึ่งทั้งสี่ปัจจัยนี้มีผลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ต่อคุณภาพชีวิตการทำงาน</p> ศักดิ์สิทธิ์ ศรีรัตน์, วราดวง สมณาศักดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2064 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 บทบาทของหน่วยงานภาครัฐในการดูแลคนไร้ที่พึ่ง : กรณีศึกษา ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดพิษณุโลก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2396 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) บทบาทของหน่วยงานภาครัฐในการดูแลคนไร้ที่พึ่ง (2) ปัญหาและอุปสรรคที่หน่วยงานภาครัฐเผชิญในการดูแลคนไร้ที่พึ่ง และ (3) ข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาการดูแลคนไร้ที่พึ่ง กรณีศึกษาศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดพิษณุโลก งานวิจัยนี้ดำเนินการภายใต้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยบูรณาการการวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 18 คน</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า (1) หน่วยงานภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 ซึ่งครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การแรกรับ การคัดกรอง การคุ้มครอง และการส่งต่อ (2) ปัญหาและอุปสรรคที่พบ ได้แก่ ปัญหาด้านตัวคนไร้ที่พึ่งเอง ปัญหาด้านครอบครัว ปัญหาด้านบุคลากร ปัญหาด้านประชาชนทั่วไป และปัญหาด้านการติดต่อประสานงาน (3) ข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนา ได้แก่ การเพิ่มจำนวนบุคลากรของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างครอบคลุม การส่งเสริมบทบาทของครอบครัวในการให้ความใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด และการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคนไร้ที่พึ่งในกลุ่มประชาชนทั่วไป</p> ทัศสุระ เกิดช่าง, อเนก สุขดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2396 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของนักวิเคราะห์นโยบายและแผน มหาวิทยาลัยพะเยา https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2443 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของนักวิเคราะห์นโยบายและแผน มหาวิทยาลัยพะเยา 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และ 3) เสนอแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพปฏิบัติงาน ประชากร จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และการทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า 1) ระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับมาก และพบว่า การเปรียบเทียบความแตกต่างของปัจจัยส่วนบุคคลกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีระดับการศึกษา ประเภทบุคลากร และระยะเวลาการทำงานต่างกัน มีระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) ปัจจัยจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานระดับมาก ได้แก่ ความสำเร็จในการปฏิบัติงาน ความก้าวหน้าในการทำงาน ความรับผิดชอบในการทำงาน และการได้รับการยอมรับในการทำงาน ส่วนปัจจัยค้ำจุนที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานระดับมาก ได้แก่ ความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน นโยบายการบริหารและสวัสดิการ สำหรับแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ประกอบด้วย การเสริมสร้างแรงจูงใจในการทำงาน การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน การพัฒนาทักษะในการทำงาน และการสร้างความสัมพันธ์และส่งเสริมวัฒนธรรมภายในองค์กร</p> โชติรส เปี่ยมน้อย, น้ำทิพย์ เสมอเชื้อ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2443 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาประสิทธิภาพการจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ ของอำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2463 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานในการจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ของอำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา 2) วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้างจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 8 คน ร่วมกับข้อมูลแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) กฎหมายและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการดำเนินงานในจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ของอำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยาเปรียบเทียบกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. 2562 ไม่เป็นไปตามที่ระเบียบฯ กำหนด ในประเด็นด้านข้อมูล และระยะเวลาในการจัดทำและประสานแผน 2) ปัญหาและอุปสรรคในการจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ ได้แก่ ด้านบุคลากร ด้านระเบียบ กฎหมาย และข้อจำกัดระยะเวลาในการจัดทำและประสานแผน ด้านขั้นตอนในการจัดทำแผนและประสานแผน และด้านข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่เป็นปัจจุบัน 3) แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพ ได้แก่ ด้านบุคลากรควรชี้แจงทำความเข้าใจบุคลากรผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารงานอำเภอแบบบูรณาการให้ครอบคลุม ด้านการประสานข้อมูล ควรมีการสื่อสารและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ด้านขั้นตอนการจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ ควรมีการบูรณาการจัดทำและประสานแผนร่วมกัน และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ด้านระเบียบ กฎหมาย และข้อจำกัดระยะเวลาในการจัดทำและประสานแผน ควรมีการปรับปฏิทินการจัดทำแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการปรับปรุงระเบียบ กฎเกณฑ์ อย่างสม่ำเสมอ นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดทำแผนและมีการติดตามและตรวจสอบการจัดทำแผนและการนำแผนไปปฏิบัติ</p> วรรณภา สารงาม, น้ำทิพย์ เสมอเชื้อ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2463 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ทิศทางระบบสาธารณสุขของประเทศไทย: ความเจริญทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมทางสังคม และความท้าทายของสังคมผู้สูงอายุ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2468 <p>ทิศทางระบบสาธารณสุขของประเทศไทยในทศวรรษที่ผ่านมาได้รับอิทธิพลจากความเจริญทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุ การศึกษานี้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ รายจ่ายด้านสุขภาพ และแนวโน้มทางประชากรระหว่างปี พ.ศ. 2555 – 2564 พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับรายจ่ายด้านสุขภาพ (r = 0.848, p = 0.002) สะท้อนบทบาทของการเติบโตทางเศรษฐกิจในการส่งเสริมการลงทุนด้านสุขภาพ ขณะที่ความไม่เท่าเทียมด้านรายได้ (ดัชนี GINI) มีความสัมพันธ์เชิงลบกับรายจ่ายด้านสุขภาพ (r = -0.869, p = 0.001) บ่งชี้ถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ แม้จะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของแพทย์ (r = 0.891, p &lt; 0.001) และพยาบาล (r = 0.961, p &lt; 0.001) สัมพันธ์เชิงบวกกับอายุขัยเฉลี่ยที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดที่ลดลง (r = -0.974, p &lt; 0.001) และประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ การศึกษานี้เสนอแนวนโยบาย ได้แก่ การขยายความช่วยเหลือด้านสุขภาพแก่ผู้มีรายได้น้อย การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันในชนบท การกระจายบุคลากรทางการแพทย์สู่พื้นที่ขาดแคลน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการดูแลผู้สูงอายุโดยบูรณาการเข้ากับแผนยุทธศาสตร์สุขภาพแห่งชาติ เพื่อมุ่งสู่ระบบสาธารณสุขที่ครอบคลุมและยั่งยืน</p> ณัฐชน ตาลทอง, จิตรลดา ไชยะ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2468 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ถอดรหัสข้อมูล: มิติความมั่นคงทางอาหารกับผลกระทบต่อความยากจนในประเทศไทย https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2466 <p>การศึกษานี้วิเคราะห์ผลกระทบของมิติสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร ได้แก่ คุณภาพและความปลอดภัย ความสามารถในการเข้าถึง ความพร้อมของอาหาร และความยั่งยืนและการปรับตัว ต่อสัดส่วนของความยากจนในประเทศไทย โดยใช้การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณ (Multiple Linear Regression) ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเป็นตัวแปรพยากรณ์ที่มีนัยสำคัญมากที่สุด โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของสัดส่วนความยากจนในระดับประเทศได้ถึง 78.8% (R² = 0.788, p &lt; 0.001) นอกจากนี้ยังพบว่าคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญกับสัดส่วนความยากจน (β = 0.888, p &lt; 0.001) ซึ่งบ่งชี้ว่าการปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารส่งผลโดยตรงต่อการลดความยากจน แม้ว่ามิติอื่น ๆ เช่น ความสามารถในการเข้าถึง ความพร้อมของอาหาร และความยั่งยืนและการปรับตัว จะมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลางกับสัดส่วนความยากจน แต่ไม่ได้ถูกคัดเลือกเข้าสู่โมเดลสุดท้ายตามเกณฑ์ทางสถิติ ผลการศึกษานี้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารภายในกรอบแนวคิดด้านความมั่นคงทางอาหารในการแก้ไขปัญหาความยากจน ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้กำหนดนโยบายและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนากลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อบรรเทาความยากจนผ่านมาตรการด้านความมั่นคงทางอาหารในประเทศไทย</p> ธนิสรา ระคาน, จิตรลดา ไชยะ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/paatj/article/view/2466 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700