https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jott/issue/feed
วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์
2026-06-30T20:26:35+07:00
ผศ.ดร.บุญมี พรรษา
boonmee.pan@mcu.ac.th
Open Journal Systems
<p><strong>วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์ </strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า และเพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการแก่นักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ในมิติเพื่อสนับสนุนการศึกษา การวิจัย วารสารมุ่งเน้นบทความทางด้านการสอนภาษาไทย ด้านการศึกษา นวัตกรรมการศึกษา หลักสูตรและการสอน การศึกษาเชิงประยุกต์ และสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์ ทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2-3 ท่าน ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Double blind peer-reviewed) เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p>
https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jott/article/view/2950
ความเข้าใจมโนมติกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน
2025-08-24T22:12:09+07:00
Alisara Phimjampa
alisaraboom@gmail.com
จันทร์จิรา จูมพลหล้า
chanchira659@gmail.com
<p> การวิจัยในครั้งนี้นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความเข้าใจมโนมติกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่ง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 39 คน ใช้แบบแผนการวิจัยกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ จำนวน 4 แผน 2) แบบทดสอบความเข้าใจมโนมติกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบ t-test for Dependent Samples และ Chi-Square แบบ McNemar ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">นักเรียนมีความเข้าใจมโนมติกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศหลังเรียน (= 25.00 คิดเป็นร้อยละ 83.33) สูงกว่าก่อนเรียน (= 7.62 คิดเป็นร้อยละ 25.40)</li> </ol> <p> 2. นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงความเข้าใจมโนมติหลังเรียนจากไม่สอดคล้องกับแนวคิดวิทยาศาสตร์เป็นสอดคล้องกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์มากกว่าจากสอดคล้องกับแนวคิดวิทยาศาสตร์เป็นไม่สอดคล้องกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์</p> <p><strong>คำสำคัญ: </strong>การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน, ความเข้าใจมโนมติวิทยาศาสตร์, กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์
https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jott/article/view/3310
แนวทางการพัฒนารูปแบบและยกระดับการประเมินหลักสูตรวิชาชีพครูระดับปริญญาเอก โดยการประยุกต์ใช้การประเมินแบบพหุปัญญา ตามแนวคิดของไทเลอร์
2026-05-28T11:44:51+07:00
ธีรวัฒน์ อั้นเต้ง
mcu60.teerawat@gmail.com
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนารูปแบบและยกระดับการประเมินหลักสูตรวิชาชีพครูระดับปริญญาเอกโดยการประยุกต์ใช้การประเมินแบบพหุปัญญา ตามแนวคิดของไทเลอร์ ซึ่งยึดวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเป็นศูนย์กลาง เข้ากับแนวคิดการประเมินแบบพหุปัญญาที่มุ่งสะท้อนศักยภาพของผู้เรียนอย่างหลากหลายและรอบด้าน เนื้อหานำเสนอสาระสำคัญของแนวคิดการประเมินหลักสูตร การกำหนดวัตถุประสงค์ ผลลัพธ์การเรียนรู้ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และการประเมินผลที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ที่คาดหวัง การบูรณาการทั้งสองแนวคิดช่วยยกระดับการประเมินหลักสูตรจากการมุ่งวัดผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณ ไปสู่การประเมินเชิงคุณภาพที่ครอบคลุมมิติความรู้ ทักษะ กระบวนการคิด และคุณลักษณะทางวิชาชีพครู บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าการประเมินที่มีความเป็นระบบตามแนวคิดของไทเลอร์ ร่วมกับความยืดหยุ่นของการประเมินแบบพหุปัญญา จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาผู้เรียนระดับบัณฑิตศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรให้มีคุณภาพ ทันสมัย และตอบสนองต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในบริบทการศึกษาศตวรรษที่ 21</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์
https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jott/article/view/3139
จากใบงานสู่แบบฝึกทักษะ: การยกระดับกิจกรรมแนะแนว
2026-02-27T13:00:00+07:00
เจษฎา บุญมาโฮม
krutonpsy@gmail.com
พรพรรณ เผือกผ่อง
sodany.139@gmail.com
นลินทิพย์ คลพงษ์
Nalinthipbox@gmail.com
เอกชัย ไวยโสภี
ake_edu@hotmail.com
<p>ครูแนะแนวใช้ใบงานเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดกิจกรรมแนะแนว เพื่อสร้างประสบการณ์และทักษะชีวิตแก่ผู้เรียน แต่เน้นเพียงแค่การให้ข้อมูลผ่านการปฏิบัติกิจกรรมตามใบงาน โดยไม่ได้สร้างโอกาสให้ผู้เรียนฝึกทักษะและประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง จึงไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 บทความนี้เสนอการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้แบบฝึกทักษะที่มีโครงสร้างสามส่วน คือ ส่วนให้ความรู้ ส่วนฝึกปฏิบัติให้ชำนาญ และส่วนประเมินผล ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกวิเคราะห์ ตัดสินใจ และประยุกต์ใช้จนเกิดความชำนาญ</p> <p>แบบฝึกทักษะสามารถพัฒนาทักษะชีวิตและถ่ายโอนการเรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้ดีกว่าใบงาน ครูแนะแนวควรนำมาใช้ในบริการแนะแนวทั้ง 5 บริการ บทความเสนอกระบวนการนำไปใช้ 3 จังหวะ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมและสร้างแรงบันดาลใจ การฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง และการยืนยันและถ่ายโอนสู่ชีวิตจริง พร้อมแนวทางการออกแบบ การทดลองใช้ และการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการแนะแนวจากการรับข้อมูลสู่การพัฒนาทักษะชีวิตที่ถ่ายโอนได้จริง</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์
https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jott/article/view/3772
การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเรียนการสอนสังคมศึกษา: การบูรณาการหลักธรรมทางพุทธศาสนาเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
2026-06-30T17:26:23+07:00
Sutasinee Sirikit
sutasinee.koi88@gmail.com
<p>การศึกษาในศตวรรษที่ 21 เผชิญความท้าทายจากโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เรียนจำเป็นต้องมีทักษะสำคัญทั้งการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ นโยบายการศึกษาระดับโลก เช่น ของ UNESCO และ OECD เน้นการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเสริมการเรียนรู้แบบรายบุคคล ขณะที่ประเทศไทยได้กำหนดทิศทางในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 และนโยบายดิจิทัลไทยแลนด์ มุ่งให้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาการเรียนการสอน สังคมศึกษาในฐานะวิชาที่มุ่งพัฒนาพลเมืองคุณภาพยังคงเผชิญปัญหาการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลายและการขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ทำให้การใช้ AI ในการสร้างบทเรียนเชิงโต้ตอบ การวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบการเรียนรู้เฉพาะบุคคลมีบทบาทสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากปราศจากกรอบจริยธรรม การใช้ AI อาจนำไปสู่การพึ่งพาเกินพอดีและการใช้ข้อมูลอย่างไม่ถูกต้อง หลักธรรมทางพุทธศาสนา เช่น ไตรสิกขา อิทธิบาท 4 มัชฌิมาปฏิปทา และสังคหวัตถุ 4 จึงสามารถกำกับให้การใช้ AI สอดคล้องกับความพอดีและคุณธรรม สร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาความรู้และคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของการศึกษาในยุคดิจิทัล </p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์
https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jott/article/view/3773
การเรียนภาษาไทยกับการพัฒนา Soft Skills สำหรับนิสิตต่างประเทศ: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
2026-06-30T17:30:27+07:00
เอกลักษณ์ เทพวิจิตร
akekalak.tap@mcu.ac.th
สุจิตรา ชวดรัมย์
sujitra.chu@mcu.ac.t
<p>การศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และคุณธรรม ตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579 ที่กำหนดคุณลักษณะบัณฑิตสอดคล้องกับทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้แก่ การคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการปรับตัวสู่สังคมโลก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนา ได้ส่งเสริมการพัฒนานิสิตทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้มีสมรรถนะทางวิชาการควบคู่คุณธรรมและ Soft Skills ที่จำเป็นต่อสังคมพหุวัฒนธรรม บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของการเรียนภาษาไทยในการพัฒนา Soft Skills ของนิสิตต่างประเทศ ผลจากการสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัย และกรณีศึกษาพบว่า การเรียนภาษาไทยช่วยเสริม Soft Skills หลายด้าน ได้แก่ (1) การสื่อสาร เพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาเพื่อการเรียนและการเข้าสังคม (2) การทำงานร่วมกัน ผ่านกิจกรรมกลุ่มและการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (3) การปรับตัว จากการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยและสภาพสังคมใหม่ และ (4) การสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม ผ่านการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและชุมชน การเรียนภาษาไทยในบริบทมหาวิทยาลัยสงฆ์จึงมิใช่เพียงการพัฒนาทักษะภาษา แต่เป็นกระบวนการบูรณาการ Soft Skills ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตในโลกยุคดิจิทัล</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารครุศาสตร์อภิวัฒน์