https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/issue/feed วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ 2025-12-28T18:07:12+07:00 พระเจริญพงษ์ วิชัย, ผศ.ดร. jaroen1phong@gmail.com Open Journal Systems <p><span style="font-weight: 400;">วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ (Journal of MCU Dvravati Review) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า และเพื่อเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความวิจารณ์หนังสือ และบทความปริทัศน์ ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ ศาสนาประยุกต์ ปรัชญา ศิลปศาสตร์ และสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์<br /></span><span style="font-weight: 400;">เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ </span></p> https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/article/view/2487 กลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศของวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี 2025-04-25T17:59:18+07:00 สัญญา สดประเสริฐ sanya.mcu@gmail.com สุขเกษม ขุนทอง sanya.mcu@gmail.com พระมหาประกาศิต สิริเมโธ sanya.mcu@gmail.com พระอุทิศ อาสภจิตฺโต sanya.mcu@gmail.com พระปลัดประพจน์ สุปภาโต sanya.mcu@gmail.com ณัชชา ณัฐโชติภคิน sanya.mcu@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา ความต้องการจำเป็นในการพัฒนา 2) เพื่อศึกษาปัจจัยและกำหนดแผนกลยุทธ์การพัฒนา และ 3) เพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีสู่ความเป็นเลิศด้วยพลังการมีส่วนร่วม เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาแนวคิดเกณฑ์์คุุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิิศเป็นกรอบการวิจัย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ จำนวน 15 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ ใช้วิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1. วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีเปิดสอน 9 หลักสูตร มุ่งพัฒนางานวิจัย พุทธนวัตกรรม และบริการวิชาการเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตพระสงฆ์และชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยมีพันธกิจหลักในการพัฒนาบัณฑิต สร้างนวัตกรรม และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน 2. วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีมีจุดแข็งด้านหลักสูตรที่เน้นพัฒนาสังคม นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง แม้จะมีจุดอ่อนด้านการรับนิสิตและการประชาสัมพันธ์ แต่ยังมีโอกาสพัฒนาหลักสูตรและงานวิจัยให้ตอบโจทย์สังคม ท่ามกลางอุปสรรคด้านงบประมาณและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี วิทยาลัยสามารถใช้พุทธนวัตกรรมเสริมสร้างความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตของชุมชน และ 3. การขับเคลื่อนแผนพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดีสู่ความเป็นเลิศ โดยให้ความสำคัญกับหลักสูตรที่มีมาตรฐาน การพัฒนาบุคลากรและการใช้หลักพุทธศาสนาแก้ปัญหาชุมชน รวมถึงการสืบสานศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน แนวทางการพัฒนาเน้นการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย พร้อมเสริมสร้างความยั่งยืนด้านการเงินและทรัพยากร เพื่อสร้างคุณค่าและตอบสนองความต้องการของสังคมอย่างเป็นระบบ</p> 2025-12-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/article/view/2484 การดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณอายุราชการโรงพยาบาลกระทุ่มแบน อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร 2025-04-25T17:56:37+07:00 จารุภา ฉิมทิริกานนท์ senyai201377@gmail.com พระเจริญพงษ์ ธมฺมทีโป senyai201377@gmail.com บรรพต ต้นธีรวงศ์ senyai201377@gmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณ 2) เพื่อสร้างชุดความรู้การดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณ <br />3) เพื่อนำเสนอการดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า 1.การดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณอายุราชการโรงพยาบาลกระทุ่มแบนอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ประกอบด้วยการดูแลสุขภาวะองค์รวมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านกายภาวนาการดูแลสุขภาวะทางกาย ด้านสีลภาวนาการดูแลสุขภาวะทางสังคม ด้านจิตภาวนาการดูแสสุขภาวะทางใจ และปัญญาภาวนาการดูแลสุขภาวะทางปัญญา 2. ผลการวิจัยพบว่าชุดความรู้การดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.กายภาวนา โดยรู้จักประมาณในการบริโภค (โภชเนมัตตัญญุตา) อยู่ที่อากาศบริสุทธิ์ สามารถจัดการกับอารมณ์ได้ มีการออกกำลังกายเชิงพุทธ ระวังอุบัติเหตุไม่ประมาท และทำงานอดิเรกที่เป็นประโยชน์ 2. สีลภาวนา ถือศีล 5 รักษาความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม 3.จิตภาวนา เน้นการผ่อนคลายความเครียด ปล่อยวาง คิดบวก ปฏิบัติธรรม และ 4.ปัญญาภาวนา ตระหนักรู้ตนเอง พัฒนาปัญญา ยอมรับความจริงของชีวิตตามหลักไตรลักษณ์ และเจริญวิปัสสนากรรมฐาน 3. การนำเสนอการดูแลสุขภาวะองค์รวมเชิงพุทธบูรณาการของพยาบาลหลังเกษียณอายุราชการ โดยบูรณาการเข้ากับหลักภาวนา 4 ศีล 5 ไตรลักษณ์ หลักมรณานุสติ การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของพยาบาลหลังเกษียณอายุราชการ</p> 2025-12-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/article/view/2703 การส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเพื่อคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงาน บริษัท ไทยโคโคนัท จำกัด (มหาชน) 2025-09-09T09:41:48+07:00 วันชัย สุวรรณมณี wanchai.suwan18@gmail.com สัญญา สดประเสริฐ sanya.mcu@gmail.com พระปลัดประพจน์ สุปภาโต sanya.mcu@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเพื่อคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงาน 2) เพื่อนำหลักพุทธรรมมาบูรณาการในการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะในการที่ดีของพนักงาน <br />3) เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1. การส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเพื่อคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงาน พบว่าปัจจัยสำคัญแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัย คือ 1. ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ การสนับสนุนทั้งเรื่องคนหรือทีมงานในการขับเคลื่อนส่งเสริมองค์กรสุขภาวะให้เวลาในการจัดกิจกรรม ให้งบประมาณในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตซึ่งรวมถึงการมอบสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน 2. คณะทำงานสร้างสุของค์กร มีความสามารถ มีจิตอาสา มีภาวะผู้นำ มีทัศนะคติเชิงบวกในการดำเนินชีวิต 3. กลุ่มเป้าหมายที่หมายถึงพนักงานทุกคนองค์กร จะสะท้อนถึงผลลัพธ์ของการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเพื่อการมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดี และพร้อมจะพัฒนาองค์กรอย่างสมบูรณ์ 2. การบูรณาการกิจกรรมส่งเสริมองค์กรสุขภาวะ โดยนำหลักพุทธธรรมมาใช้ในองค์กร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงาน ด้วยการนำเอาหลักการสร้างสติในการทำงาน การนำกิจกรรมส่งเสริมให้พนักงานลด ละ เลิก เหล้า-บุหรี่ และกิจกรรมอื่นๆ ตามแผนกิจกรรมที่คณะทำงานสร้างสุของค์กร 3.การเสนอแนวทางส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีของพนักงาน ภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะด้านการส่งเสริมองค์กร และต้นแบบความดีขึ้นทั้งภายในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่มีการแบ่งปันองค์ความรู้ แนวทางการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะเป็นการต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนในการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะ</p> 2025-12-28T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/article/view/2493 แนวทางการพัฒนาการบริหารงานโรงเรียนดีวิถีลูกเสือของโรงเรียนเมืองพัทยา 3 2025-04-25T18:02:18+07:00 สุมาลี ทองงาม sumaleesukhumaporn@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาการบริหารงานของโรงเรียนดีวิถีลูกเสือของโรงเรียนเมืองพัทยา 3 2. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานของโรงเรียนดีวิถีลูกเสือของโรงเรียนเมืองพัทยา 3 ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความมีระเบียบวินัย และการใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยอาศัยกิจกรรมลูกเสือเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นพลเมืองดีของชาติ การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ รวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มจากผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนดีวิถีลูกเสือ รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า การบริหารงานของโรงเรียนดีวิถีลูกเสือที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การบริหารวิชาการที่บูรณาการกิจกรรมลูกเสือเข้ากับหลักสูตรการเรียนรู้ 2) การบริหารงบประมาณที่สนับสนุนกิจกรรมลูกเสืออย่างต่อเนื่อง 3) การบริหารบุคลากรที่เน้นการพัฒนาครูให้มีทักษะและจิตวิญญาณลูกเสือ 4) การบริหารทั่วไปที่ส่งเสริมวินัยและความรับผิดชอบในหมู่นักเรียน 5) การบริหารความสัมพันธ์กับชุมชนที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและเครือข่ายท้องถิ่น ข้อเสนอเพื่อขยายผลในระดับพื้นที่ คือ การสร้างเครือข่ายโรงเรียนดีวิถีลูกเสือและการบูรณาการแนวทางลูกเสือในหลักสูตรและกิจกรรมต่าง ๆ</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/article/view/2681 การพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบ ด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร 2025-12-07T20:13:43+07:00 เจริญศิลป์ สุริวงค์ kunsilp@gmail.com พระมหาประกาศิต สิริเมโธ kunsilp@gmail.com สุรัตน์ พักน้อย kunsilp@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน 2) พัฒนาแนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบในการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน โรงเรียนรักษาดินแดน ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participation Action Research) มุ่งเน้นการพัฒนาเชิงระบบทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ และภาวะผู้นำของนักศึกษาวิชาทหารให้สามารถเป็นต้นแบบในการช่วยฟื้นคืนชีพในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) ศึกษาแนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ได้พบแนวทางสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การฝึกอบรมทักษะ BLS อย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน AHA การปลูกฝังเจตคติและจิตสำนึกสาธารณะผ่านกิจกรรมอาสาและการสะท้อนคุณค่าชีวิต การพัฒนา Soft Skills และภาวะผู้นำเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และ การติดตามผลและสร้างความยั่งยืนผ่านการประเมินต่อเนื่องและจัดตั้งเครือข่ายนักศึกษาวิชาทหารต้นแบบ 2) แนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน โดยฝึกอบรมได้รับการออกแบบตามทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการสร้างองค์ความรู้ โดยเน้นกิจกรรมลงมือปฏิบัติ การจำลองสถานการณ์ การใช้สื่อฝึกและครูฝึกที่ผ่านการรับรอง พร้อมการประเมินผลความสามารถอย่างเป็นระบบและการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อสร้างแรงจูงใจ เช่น การมอบเกียรติบัตรและการจัดตั้งชมรม BLS ในสถานศึกษา และ 3) แนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบในการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน สะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการสร้างต้นแบบนักศึกษาวิชาทหารที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำเยาวชนด้านสุขภาพและการช่วยชีวิตในระดับประเทศต่อไปในอนาคต<br />ผลการวิจัย พบว่า ๑) ศึกษาแนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ได้พบแนวทางสำคัญ ๕ ด้าน ได้แก่ การคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม การฝึกอบรมทักษะ BLS อย่างเป็นระบบตามมาตรฐาน AHA การปลูกฝังเจตคติและจิตสำนึกสาธารณะผ่านกิจกรรมอาสาและการสะท้อนคุณค่าชีวิต การพัฒนา Soft Skills และภาวะผู้นำเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และ การติดตามผลและสร้างความยั่งยืนผ่านการประเมินต่อเนื่องและจัดตั้งเครือข่ายนักศึกษาวิชาทหารต้นแบบ ๒) แนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน โดยฝึกอบรมได้รับการออกแบบตามทฤษฎีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่และการสร้างองค์ความรู้ โดยเน้นกิจกรรมลงมือปฏิบัติ การจำลองสถานการณ์ การใช้สื่อฝึกและครูฝึกที่ผ่านการรับรอง พร้อมการประเมินผลความสามารถอย่างเป็นระบบและการจัดกิจกรรมเสริมเพื่อสร้างแรงจูงใจ เช่น การมอบเกียรติบัตรและการจัดตั้งชมรม BLS ในสถานศึกษา และ ๓) แนวทางการพัฒนานักศึกษาวิชาทหารต้นแบบในการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน สะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการสร้างต้นแบบนักศึกษาวิชาทหารที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำเยาวชนด้านสุขภาพและการช่วยชีวิตในระดับประเทศต่อไปในอนาคต</p> 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jmdr/article/view/1891 พุทธสุนทรียศาสตร์ : ศิลปะการดำเนินชีวิตบนเส้นทางแห่งความงามตามพระไตรปิฏก 2025-01-07T21:31:36+07:00 พระแดน จนฺทโชโต dankawee3112@gmail.com พระมหาสำราญ พลวโร dankawee3112@gmail.com พระมหาเนธิทรรศน์ ถาวรจิตฺโต dankawee3112@gmail.com พระครูวิสิฐสุตานุกูล วชิรเมธี dankawee3112@gmail.com พระอธิการเชิญธีระ พรหฺมวณุโญ dankawee3112@gmail.com <p>พุทธสุนทรียศาสตร์ว่าด้วยเรื่องของศิลปะการดำเนินชีวิตบนเส้นทางแห่งความงามตามพระไตรปิฎก” เป็นการศึกษาถึงเรื่องราวของความงามของหลักปรัชญาและหลักพุทธธรรมที่สามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้อยู่บนเส้นทางของครรลองที่เป็นวิถีของคุณงามความดี โดยเป็นความงามที่ปรากฎในพระไตรปิฎกทั้งที่เป็นความงามภายนอกและความงามภายใน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมองความงามเกี่ยวกับศิลปะการดำเนินชีวิตในพระไตรปิฎก และเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบวิถีชีวิตของชาวพุทธกับความงามในพระไตรปิฎก ผลการศึกษาพบว่ามิติความงามในพระไตรปิฎกเน้นทั้งภายนอกและภายใน โดยเน้นความงามภายในมากกว่า ส่วนศิลปะการดำเนินชีวิตเป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนเพื่อพัฒนาจิตใจ โดยศิลปะการดำเนินชีวิตที่แสดงออกถึงความงามภายนอกในพระไตรปิฎกเป็นผลมาจากการกระทำความดี ในขณะที่ศิลปะการดำเนินชีวิตของความงามภายในในพระไตรปิฎกแสดงให้เห็นถึง ความบริสุทธิ์ของจิตใจ ปัญญา เมตตา ศีล การปฏิบัติธรรม การให้ทาน การรักษาศีล</p> 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร ทวารวดีปริทรรศน์