https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/issue/feed วารสารนวัตกรรมสื่อและการสื่อสาร 2025-12-25T17:46:49+07:00 ผศ.ดร.สุรชัย ขันแก้ว jimc_mct@rmutt.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วัตถุประสงค์ :<br />วารสารนวัตกรรมสื่อและการสื่อสาร</strong> (Journal of Innovative Media and Communication: JIMC) เป็นวารสารวิชาการที่จัดทำโดยคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการของคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต และนักศึกษาที่ศึกษาด้านนิเทศศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และสาขาที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>ขอบเขตเนื้อหา :<br /></strong>วารสารนวัตกรรมสื่อและการสื่อสารรับพิจารณา<strong>บทความวิจัย (Research article)</strong> และ<strong>บทความวิชาการ (Academic article)</strong> ทั้งภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษแบบเต็มรูปแบบ (Full paper) ขอบเขตบทความที่รับพิจารณา ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมสื่อ การสื่อสารมวลชน สื่อใหม่ สื่อดิจิทัลและมัลติมีเดีย การสื่อสารการตลาด การสื่อสารสุขภาพ การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ การถ่ายภาพและภาพยนตร์ การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง เทคโนโลยีทางด้านสื่อและการผลิตสื่อประเภทต่าง ๆ ตลอดจนสาขาวิชาอื่น ๆ ตามการพิจารณาของกองบรรณาธิการ</p> <p><strong>กำหนดเผยแพร่ :<br /></strong>วารสารนวัตกรรมสื่อและการสื่อสารตีพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ<br />ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน <br />ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม<br />ISSN 2822-0501 (Print)<br />ISSN 2822-0498 (Online)</p> https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/2675 การเปิดรับการสื่อสารการตลาด ทัศนคติ และการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร 2025-06-10T13:31:57+07:00 วรินทร์ธร เหลืองประเสริฐ newwarintornl@gmail.com สุจิตรา เปลี่ยนรุ่ง sujitra_pli@utcc.ac.th นฤมล สิงหประเสริฐ narumon_won@utcc.ac.th <p>การวิจัยเชิงปริมาณครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) การเปิดรับการสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains (2) ทัศนคติต่อผลิตภัณฑ์กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains (3) พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains และ (4) ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับการสื่อสารทางการตลาด ทัศนคติ และพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains โดยมีแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และเคยบริโภคผลิตภัณฑ์กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ (1) สถิติเชิงพรรณนา คือ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ (2) สถิติเชิงอนุมาน คือ คือ สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่าครึ่งไม่เคยเห็นการสื่อสารการตลาดเกี่ยวกับ Diamond Grains ในสื่อออฟไลน์ แต่มีการเปิดรับการสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ ด้านทัศนคติต่อผลิตภัณฑ์ Diamond Grains ภาพรวมทุกด้านอยู่ในเชิงบวก โดยมีทัศนคติเชิงบวกด้านช่องทางการจัดจำหน่ายมากที่สุด รองลงมา คือ ราคา การส่งเสริมการขาย และผลิตภัณฑ์ ส่วนด้านพฤติกรรม<br />การตัดสินใจซื้อมีการค้นคว้าหาข้อมูลมากที่สุด นอกจากนี้ การเปิดรับการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อออฟไลน์ ได้แก่ โทรทัศน์ ป้ายโฆษณา และเพื่อน/คนรอบข้างมีความสัมพันธ์กับทัศนคติ ส่วนการเปิดรับการสื่อสารการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ได้แก่ อินสตาแกรม ยูทูบ และติ๊กต็อก มีความสัมพันธ์กับทัศนคติด้านผลิตภัณฑ์ ส่วนทัศนคติด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการโฆษณา ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการส่งเสริมการขายด้านการตลาดทางตรง ด้านการให้บริการโดยพนักงานขาย ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านการส่งเสริมการตลาด มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ กราโนล่า แบรนด์ Diamond Grains</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/2996 อิทธิพลของอัตราส่วนแสงที่มีผลต่อการถ่ายภาพโฆษณาอาหารคลีน 2025-09-08T10:39:04+07:00 จารุณี เจริญรส jarunee_j@rmutt.ac.th กัญญาณี บุญมีศักดิ์ kanyanee_b@rmutt.ac.th จักรพงศ์ โมราราช Jakkapong_m@rmutt.ac.th จิรายุ ศักดิ์ดำรงกิจ Jirayu_s@rmutt.ac.th <p>การศึกษาเรื่อง อิทธิพลของอัตราส่วนแสงที่มีผลต่อการถ่ายภาพโฆษณาอาหารคลีน มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาค่าความเหมาะสมของอัตราส่วนแสงในการถ่ายภาพโฆษณาอาหารคลีน (2) ศึกษากระบวนการผลิตภาพโฆษณาอาหารคลีน และ (3) ประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อภาพโฆษณาอาหารคลีน วิธีการศึกษา คือ การผลิตภาพอาหารคลีน จำนวน 8 ภาพ จัดแสงโดยใช้แสงแข็ง จำนวน 4 ภาพ และจัดแสงโดยใช้แสงนุ่ม จำนวน 4 ภาพ กำหนดอัตราส่วนแสงต่างกัน ได้แก่ 1:1 2:1 4:1 และ 8:1 จากนั้นนําภาพไปให้กลุ่มทดลอง ได้แก่ ประชากรที่อาศัยอยู่ในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 30 คน ประเมินความเหมาะสมของอัตราส่วนแสง และนําผลการประเมินมาผลิตภาพโฆษณาอาหารคลีน โดยมีผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพของภาพ แล้วนําไปให้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 102 คน ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อภาพโฆษณาอาหารคลีน</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า อัตราส่วนของแสงที่เหมาะสมในการถ่ายภาพอาหารคลีนโดยใช้แสงแข็ง คือ อัตราส่วนแสง 2:1 และอัตราส่วนของแสงที่เหมาะสมในการถ่ายภาพอาหารคลีนโดยใช้แสงนุ่ม คือ อัตราส่วนแสง 1:1 ผลการศึกษาการผลิตภาพถ่ายโฆษณาอาหารคลีน พบว่า ขั้นตอนการถ่ายภาพอาหารคลีน มี 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอน การเตรียมการก่อนการผลิต ขั้นตอนการผลิต และขั้นตอนหลังการผลิต ผลการประเมินคุณภาพของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ภาพอาหารคลีนสามารถนําไปใช้ในการโฆษณาได้ แต่ควรเลือกอุปกรณ์ประกอบฉากให้เหมาะสมและสื่อถึงอาหารคลีนอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อภาพโฆษณาอาหารคลีน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อภาพอาหารคลีนที่จัดแสงโดยใช้แสงแข็งในอัตราส่วนแสง 2:1 และภาพอาหารคลีนที่จัดแสงโดยใช้แสงนุ่มในอัตราส่วนแสง 1:1 อยู่ในระดับมากเช่นกันทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างมีความเห็นว่าภาพอาหารคลีนที่จัดแสงโดยใช้แสงแข็งและแสงนุ่มช่วยให้ภาพถ่ายมีสีสันสวยงามน่ารับประทานมากที่สุด</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/2756 การรับรู้อัตลักษณ์และการสื่อสารการตลาดของอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยง บนสื่อออนไลน์ในมุมมองของผู้บริโภค 2025-07-02T21:27:56+07:00 ณัฐชยกานต์ ปากหวาน pagwhan.nch@gmail.com สุจิตรา เปลี่ยนรุ่ง sujitra_pli@utcc.ac.th นฤมล สิงหประเสริฐ narumon_won@utcc.ac.th <p>การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้อัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยง (Pet influencer) และศึกษาการรับรู้การสื่อสารการตลาดในสื่อออนไลน์ของอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การวิจัยเชิงสำรวจด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 คน ที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 20-65 ปี ซึ่งมีการติดตามอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยงบนสื่อออนไลน์ในช่วงปี 2568<br />ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เห็นว่าอัตลักษณ์ของอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยงมีส่วนทำให้เกิดการเลือกติดตามอยู่ในระดับมาก โดยอัตลักษณ์ด้านความน่าเชื่อถือมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา คือ ความน่ารัก ในส่วนการรับรู้การสื่อสารการตลาดแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านประโยชน์และด้านเนื้อหา โดยในการรับรู้ด้านประโยชน์ <br />กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยการรับรู้อยู่ในระดับมากที่สุด โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความเห็นว่าการรับรู้การสื่อสารการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการนำเสนอสินค้าและบริการในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ การนำเสนอสินค้าและบริการจากอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยง มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อมากกว่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นบุคคล ส่วนในด้านเนื้อหากลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยการรับรู้อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นกัน โดยกลุ่มตัวอย่างระบุว่ามักจดจำสินค้าของคนที่ถูกนำเสนอผ่านอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยงที่ตนเองชื่นชอบได้เป็นอย่างดี รองลงมา คือ กลุ่มตัวอย่างมีการซื้อสินค้าของคนที่ไม่เคยคิดจะซื้อมาก่อนตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์สัตว์เลี้ยง </p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/2766 ภาวะวิกฤตออนไลน์ : ความท้าทายขององค์กรในยุคดิจิทัล 2025-07-07T15:08:14+07:00 จุติพร ปริญโญกุล jutiporn.p@rmutp.ac.th ธาตรี ใต้ฟ้าพูล tatri.t@chula.ac.th <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวรรณกรรมแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ<br />การจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล <br />การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์อย่างแพร่หลายนี้ส่งผลกระทบต่อองค์กรให้เผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตที่สูงขึ้นตามไปด้วย บทความนี้จึงมุ่งนำเสนอเนื้อหาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับลักษณะทั่วไปของภาวะวิกฤตออนไลน์ ได้แก่ ต้นกำเนิดของภาวะวิกฤตออนไลน์ สาเหตุของภาวะวิกฤตออนไลน์ ลักษณะและผลกระทบของภาวะวิกฤตออนไลน์ รวมถึงปรากฏการณ์ “ทัวร์ลง”ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และนำเสนอแนวทางการจัดการภาวะวิกฤตออนไลน์ ประกอบด้วย การประยุกต์ใช้วิธีการจัดการวิกฤตแบบดั้งเดิม การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือจัดการวิกฤต และการเสริมประสิทธิภาพการจัดการวิกฤตด้วยบิกดาตา เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปต่อยอดในการจัดการกับภาวะวิกฤตให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์สื่อและช่วยให้สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/1474 การสื่อสารในภาวะวิกฤตของ M-Flow 2024-09-30T18:15:22+07:00 ณปภัช อำนวยธารา napaphat.amn82@gmail.com รัตนวดี เศรษฐจิตร rattanawadees@g.swu.ac.th <p>M-Flow คือ ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Multi-Lane Free Flow) แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญสำหรับภาคคมนาคมในประเทศไทย ทำให้องค์กรจำเป็นต้องมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ใช้ทางเกิดความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม เพราะเกิดการร้องเรียนจากประชาชนอย่างมากมายในด้านการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากผู้ใช้ทางจำนวนมากไม่ทราบข้อมูล ทำให้เกิดปัญหาค่าปรับ 10 เท่าจากค่าผ่านทาง และมีข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค</p> <p>บทความวิชาการนี้จึงต้องการวิเคราะห์การสื่อสารในการจัดการภาวะวิกฤตด้านการสมัครสมาชิกและค่าปรับของ M-Flow ว่ามีลักษณะอย่างไร ตลอดจนแนวทางสำคัญในการสื่อสารและแก้ไขปัญหา โดยแนวทางดังกล่าวสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนผู้ใช้ทางและเหมาะสมกับแนวทางการประชาสัมพันธ์ที่ดีหรือไม่</p> 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/3290 บทบรรณาธิการ 2025-12-25T14:50:31+07:00 รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวิภา สินสุวรรณ natwipa_s@rmutt.ac.th 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี https://so10.tci-thaijo.org/index.php/jimc/article/view/3291 รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความ 2025-12-25T14:58:29+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย ขันแก้ว surachai@rmutt.ac.th 2025-12-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี