วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS <p><strong> วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) ISSN : 2985-0428 (Online) </strong></p> <p> เริ่มจัดทำวารสารฉบับแรกเมื่อปี พ.ศ.2566 ปัจจุบันได้รับการรับรองคุณภาพวารสารให้จัดอยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 2 ตั้งแต่ พ.ศ.2569 - 2572 รับตีพิมพ์เผยแพร่บทความด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ สหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สังคมวิทยา นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สื่อสารมวลชน ศิลปศาสตร์ ประชากรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจ การจัดการ การตลาด การเงิน การลงทุน การบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยวและโรงแรม และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>คำแนะนำสำหรับผู้แต่ง</strong></p> <p><strong> *คู่มือการเตรียมบทความเพื่อขอรับการตีพิมพ์ในวารสาร</strong></p> <p><a href="https://drive.google.com/file/d/1eQQUocAb_hBEGU3NvvvSCM_j1hUfNeZe/view?usp=sharing">https://drive.google.com/file/d/1eQQUocAb_hBEGU3NvvvSCM_j1hUfNeZe/view?usp=sharing</a></p> <p><strong> **ประเภทบทความที่รับตีพิมพ์ และแบบฟอร์มการเขียนบทความ - ภาษาไทย (แบบ PDF) สามารถดาวน์โหลดได้ที่</strong></p> <p><a href="https://drive.google.com/file/d/1gi3RxUn7RXgnAdaOdpLJSLrs8CidRxUs/view?usp=sharing">https://drive.google.com/file/d/1gi3RxUn7RXgnAdaOdpLJSLrs8CidRxUs/view?usp=sharing</a></p> <p><strong> **Types of Accepted Manuscripts and Manuscript Template (PDF) </strong></p> <p><a href="https://drive.google.com/file/d/1W4aOxQu4wHBE8lltUL9cY6U16y2eeO8U/view?usp=sharing">https://drive.google.com/file/d/1W4aOxQu4wHBE8lltUL9cY6U16y2eeO8U/view?usp=sharing</a></p> <p><strong> ***แบบฟอร์มขอส่งบทความเพื่อขอรับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) สามารถดาวน์โหลดได้ที่</strong></p> <p><a href="https://docs.google.com/document/d/1a8oI705Im_DfRdHOrMGZhue8JHRKW1ku/edit?usp=sharing&amp;ouid=117847159940310360180&amp;rtpof=true&amp;sd=true">https://docs.google.com/document/d/1a8oI705Im_DfRdHOrMGZhue8JHRKW1ku/edit?usp=sharing&amp;ouid=117847159940310360180&amp;rtpof=true&amp;sd=true</a></p> <p><strong> ทั้งนี้ หากท่านต้องการแบบฟอร์มการเขียนบทความ (แบบ Word) สามารถติดต่อได้ที่ </strong><strong>E-mail: suchada_sni@vu.ac.th</strong></p> th-TH ajcharapan_tan@vu.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉราพรรณ ตั้งจาตุรโสภณ (บรรณาธิการวารสาร)) suchada_sni@vu.ac.th (นางสาวสุชาดา สนิทสิงห์ (ผู้ช่วยเลขานุการกองบรรณาธิการวารสาร)) Fri, 26 Jun 2026 15:22:01 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ความพึงพอใจ และความไว้วางใจที่ส่งผลต่อความภักดีในการจองห้องพักโรงแรมผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ ของลูกค้าในจังหวัดนครราชสีมา https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3020 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอิทธิพลของความพึงพอใจที่ส่งผลต่อความภักดีในการจองห้องพักโรงแรมผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ และ 2) ศึกษาอิทธิพลของความไว้วางใจที่ส่งผลต่อความภักดีในการจองห้องพักโรงแรมผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างคือ ลูกค้าที่เคยจองห้องพักโรงแรมผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์จำนวน 400 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า อิทธิพลความพึงพอใจ ได้แก่ ด้านความสะดวกที่ได้รับจากการบริการ และด้านความเพลิดเพลิน มีผลกระทบเชิงบวกต่อความภักดีในการจองห้องพักโรงแรมผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ของลูกค้าในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ร้อยละ 30.10 และอิทธิพลความไว้วางใจ ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านกระบวนการที่ชัดเจน และด้านการชำระเงินที่เชื่อถือได้ มีผลกระทบเชิงบวกต่อความภักดีในการจองห้องพักโรงแรมผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ของลูกค้าในจังหวัดนครราชสีมา โดยมีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ร้อยละ 39.70 ทั้งนี้ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้กำหนดกลยุทธ์ของผู้ประกอบการโรงแรม และแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวออนไลน์</p> ปัทมพร แสงฤทธิ์, พิทยา ผ่อนกลาง, อัจฉราพรรณ ตั้งจาตุรโสภณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3020 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแบบมีส่วนร่วมในจังหวัดระยอง https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/2803 <p> การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแบบมีส่วนร่วมของแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดระยอง รวบรวมข้อมูลจากการสัมมนา โดยใช้เทคนิคการระดมสมองจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบจังหวัดระยอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ความเที่ยงตรงของข้อมูลใช้เทคนิคสามเส้าจากการเก็บข้อมูลจากมุมมองที่แตกต่างกัน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบแบบมีส่วนร่วมของแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดระยองสามารถจำแนกแนวทางได้ดังนี้ 1) ควรออกแบบระบบที่สนับสนุนการเงินสีเขียวเพื่อมอบเครดิตคืนให้แก่ผู้ที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการท่องเที่ยวสามารถนำไปสู่การจูงใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้มนุษย์หันมามีส่วนร่วมต่อการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น 2) ควรออกแบบการก่อสร้างที่คำนึงถึงความยั่งยืนผ่านความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการ 3) ควรมีการกำหนดนโยบายลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อดำรงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน 4) ควรมีการกระตุ้นอุปสงค์และสร้างมาตรฐานอุปทานในการท่องเที่ยว</p> ชลิต เฉียบพิมาย, พีรวิชญ์ สิงฆาฬะ, นรุตม์ชัย สมใจ, ยี่เถา เหวย, สุดสันต์ สุทธิพิศาล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/2803 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาเปรียบเทียบการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3610 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และ 2) เปรียบเทียบการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลจำแนกตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ ประเภทของธุรกิจ และระยะเวลาการประกอบธุรกิจ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 400 ราย ด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบไม่ใช้ความน่าจะเป็น โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ในภาพรวมการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ลักษณะทางประชากรศาสตร์ด้านอายุที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยผู้ประกอบการกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จนถึง 54 ปี มีการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสูงกว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบว่าระยะเวลาที่ประกอบธุรกิจที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยกิจการที่เปิดดำเนินการมา 1 - 3 ปี และ 4 - 6 ปี มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้สูงกว่ากิจการที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 6 ปี</p> ปิยพงษ์ นฤมิตสุวิมล, พัชราภรณ์ ชนะพันธ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3610 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 คุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า: กรณีศึกษาธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3701 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นปัจจัยคุณภาพการบริการและความพึงพอใจของลูกค้า กรณีศึกษาธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และศึกษาอิทธิพลขององค์ประกอบแต่ละด้านคุณภาพการบริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า กลุ่มตัวอย่าง คือ ลูกค้าที่เคยใช้บริการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 400 คน ซึ่งใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ผ่านการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือด้วยการทดสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาด้วยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งการทดสอบสถิติด้วยค่าอำนาจจำแนกมีค่าระหว่าง 0.71 – 0.91 และการทดสอบค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคมีค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.81 – 0.88 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและการถดถอยแบบพหุคูณในการทดสอบสมมติฐาน</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นโดยรวมเกี่ยวกับปัจจัยคุณภาพการบริการและความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74 โดยด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 4.76 รองลงมา คือ การตอบสนอง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 การเอาใจใส่ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 ความน่าเชื่อถือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.73 และการให้ความมั่นใจ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.73 ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า องค์ประกอบของคุณภาพการบริการ (ความเป็นรูปธรรมของการบริการ ความน่าเชื่อถือ ความตอบสนอง การเอาใจใส่) ส่งผลทิศทางบวกต่อความพึงพอใจของลูกค้า กรณีศึกษาธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา</p> ปัณณวิชญ ทือเกาะ, ญาณิศา บุญศรี, ฉัตรชัย อินทสังข์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3701 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 ส่วนประสมทางการตลาดและคุณค่าตราสินค้าที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3706 <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด คุณค่าตราสินค้าและการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ และ 3) เพื่อทดสอบอิทธิพลของปัจจัยคุณค่าตราสินค้าที่มีต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชต่างๆ ในจังหวัดบุรีรัมย์และเคยมีประสบการณ์ในการซื้อปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 385 ตัวอย่าง โดยสุ่มตัวอย่างแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ด้วยวิธี Enter</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อยู่ในช่วงอายุ 50–59 ปี ระดับการศึกษาต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย และมีรายได้เฉลี่ยต่อปี มากกว่า 200,000 บาทขึ้นไป ระดับความคิดเห็นของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด คุณค่าตราสินค้าและการตัดสินใจซื้อในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน และปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยพบว่า ด้านราคาและด้านการส่งเสริมการตลาด มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกร โดยสามารถพยากรณ์ด้วยประสิทธิภาพ ร้อยละ 38.00 ส่วนปัจจัยคุณค่าตราสินค้ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า ด้านการเชื่อมโยงกับตราสินค้าและด้านความภักดีต่อตราสินค้ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อปุ๋ยอินทรีย์ของเกษตรกร โดยสามารถพยากรณ์ด้วยประสิทธิภาพร้อยละ 49.90</p> ศุภเดช ศรีวรรณ, วรญา โรจนาปภาพร, อธิต ทิวะศะศิธร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3706 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 The Effects of Counsellors’ Servant Leadership on Teacher–Counsellor Collaboration and Students’ Job Search Intention in Vocational Colleges in Guangzhou, China https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3548 <p> The transition from vocational higher education to the labor market in China has become increasingly challenging, particularly in economically dynamic regions such as Guangzhou. Students in higher vocational colleges often face limitations in career planning, access to employment resources, and psychological readiness for employment. This study examines the effects of career guidance, mental health and emotional support, employment resource support, and teacher–counsellor collaboration on students’ job search intention, as well as the moderating role of counsellors’ servant leadership. A quantitative research design was employed using a structured questionnaire administered to 365 students selected through stratified random sampling. Data were analyzed using Confirmatory Factor Analysis (CFA) and Structural Equation Modeling (SEM).The results revealed that career guidance (β = 0.31, p &lt; .001), mental health and emotional support (β = 0.22, p = .001), employment resource support (β = 0.19, p = .003), and teacher–counsellor collaboration (β = 0.28, p &lt; .001) significantly influenced students’ job search intention. Furthermore, counsellors’ servant leadership significantly moderated the relationships between teacher–counsellor collaboration (β = 0.18, p = .004), career guidance (β = 0.15, p = .013), and mental health support (β = 0.12, p = .038) with job search intention, while its moderating effect on employment resource support was not significant. The findings highlight the importance of integrated support systems and servant leadership in enhancing students’ readiness for employment.</p> Ntapat Worapongpat ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3548 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3694 <p> การศึกษาเรื่องการพัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบพัฒนาบอร์ดเกมตามแนวทางการคิดอย่างมีวิจารณญาณ จากข้อมูลเชิงพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา และเพื่อประเมินผลการใช้งานบอร์ดเกมที่พัฒนาขึ้น ต่อการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การศึกษานี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนาทแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบบอร์ดเกมตามแนวทางการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ขั้นตอนที่ 3 การประเมินคุณภาพของบอร์ดเกม และการประเมินผลกระทบของบอร์ดเกมที่พัฒนาขึ้นต่อทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กำหนดกลุ่มตัวอย่างผู้ทดลองเล่นเกมจำนวน 40 คน แบ่งออกเป็นผู้ที่เคยเล่นบอร์ดเกมจำนวน 20 คน และผู้ที่ไม่เคยเล่นบอร์ดเกม จำนวน 20 คน</p> <p> ผลการศึกษาได้พัฒนาบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้ชื่อเกม "โค Rush วิ่งล่าฝันเมืองย่าโม" โดยกลุ่มเป้าหมายประเมินความเหมาะสมของเกมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาความเหมาะสมแยกตามรายด้านทั้ง 5 ด้าน พบว่า ทุกด้านมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก สำหรับผลการรับรู้ต่อทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังจากได้ทดลองเล่นบอร์ดเกม ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก จากผลการศึกษาในครั้งนี้ สรุปได้ว่าบอร์ดเกมสามารถช่วยเสริมสร้างความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณได้ รวมทั้งรูปแบบการเล่นยังช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในการนำบอร์ดเกมไปใช้ในการสร้างการเรียนรู้ ควรศึกษาวิธีการนำบอร์ดเกมนี้ไปใช้ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่น หรือการลงพื้นที่ทัศนศึกษาจริงในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ยั่งยืน</p> ภมรย์ สกุลเลิศวัฒนา, พิชญาภรณ์ ภูมิอภินันท์ , พิชญา วรรณพงศ์เจริญ, กิตติพงษ์ ดวงดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JVU_HS/article/view/3694 Fri, 26 Jun 2026 00:00:00 +0700